“นางเหี่ยว” หน่อไม้ตากแห้งสู่แกงท้องถิ่น

พูดถึงชื่อ “แกงเปรอะ” หลายคนคงจะนึกถึงแกงหน่อไม้ที่มีในอีสาน แต่อย่างไรก็ดี การบริโภคหน่อไม้นั้นไม่ได้มีแค่ในอีสานอย่างเดียว แต่ยังพบเห็นแกงเปรอะในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย อย่างเช่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน ที่มีแกงเปรอะในรูปแบบที่แตกต่างออกไปเพราะใช้สิ่งที่เรียกว่า “นางเหี่ยว” แทน

.

“นางเหี่ยว” หรือที่บางท้องถิ่นเรียกว่า “อีเหี่ยว” หมายถึงหน่อไม้ที่ฉีกเป็นเส้นแล้วนำไปตากแห้งจนมีลักษณะเหี่ยวอันเป็นที่มาของชื่อ เป็นการถนอมอาหารที่แม้จะไม่มีประวัติชัดเจนแต่ก็พบเห็นการเรียกด้วยชื่อในรูปแบบนี้ที่แพร่หลายในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน ซึ่งจากข้อมูลบางแหล่งก็ระบุว่าเป็นกรรมวิธีที่พบในชุมชนมอญ

.

การใช้นางเหี่ยวมาทำเป็นแกงเปรอะหรือแกงหน่อไม้นี้ ที่เด่น ๆ มีอยู่ 2 พื้นที่ คือที่ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ที่เรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า แกงอีเหี่ยว ในขณะที่หนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เรียกด้วยชื่อ “แกงเปรอะนางเหี่ยว” แทน ซึ่งของทั้งสองที่ก็ล้วนแต่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่นเหมือนกัน โดยแกงอีเหี่ยวได้รับคัดเลือกในปี 2567 และแกงเปรอะนางเหี่ยวได้รับคัดเลือกในปี 2569 นี้

.

วัตถุดิบหลักของแกงเปรอะนางเหี่ยวหรือแกงอีเหี่ยวนั้น แน่นอนว่าต้องมีนางเหี่ยวอยู่ด้วย ตลอดจนมีน้ำใบย่านาง น้ำปลาร้า ตามฉบับของแกงเปรอะ วิธีการทำก็เริ่มจากการโขลกเครื่องปรุงอย่างตะไคร้ซอย หอมแดง พริกแดง ก่อนที่จะตั้งไฟต้มน้ำใบย่านางแล้วเทส่วนผสมต่าง ๆ ลงไป มีการใส่ข้าวเบือประกอบด้วย

.

ทุกวันนี้ แกงเปรอะนางเหี่ยว ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารท้องถิ่นที่อาจจะหายากบ้างในปัจจุบันนี้ แต่อย่างไรก็ดี การประชาสัมพันธ์และผลักดันให้เป็นที่รู้จักของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเองก็อาจจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank