“เขาโคคุด” พระพุทธรูปจากเขาสัตว์ กับความเชื่อโบราณของไทย

“เขาโค” อาจดูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัตว์ธรรมดา แต่ในความเชื่อของสังคมไทยโบราณ กลับมีความหมายมากกว่านั้น เพราะเขาแต่ละลักษณะมีทั้งเรื่อง มงคล อำนาจ และความเชื่อ จนถูกนำมาเก็บรักษา ตกแต่งในพิธีสำคัญ และแม้กระทั่งแกะสลักเป็นพระพุทธรูป

.

หนึ่งในวัตถุที่น่าสนใจคือ “เขาโคคุดจำหลักรูปพระพุทธรูป” ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ พระตำหนักแดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

.

ชิ้นงานนี้เป็นเขาโคที่ถูกนำมาแกะสลักพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ๓ องค์ ไว้บริเวณสามด้านของเขา ตัวเขามีฐานกลม ส่วนปลายมีลักษณะโค้งเว้าและคดงอ พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะโดดเด่น ทั้งพระรัศมีทรงกรวยขนาดใหญ่ พระเศียรเรียบ พระเนตรปิด พระนาสิกโด่ง และครองจีวรห่มเฉียง ประทับขัดสมาธิราบ โดยชายสังฆาฏิยาวจรดพระนาภี

.

แม้จะไม่ปรากฏประวัติที่มาของวัตถุชิ้นนี้อย่างชัดเจน แต่มีหลักฐานใน “บาญชีสิ่งของพิพิธภัณฑ์ในศก ๑๑๖” พ.ศ. ๒๔๔๐ ระบุว่าเป็น “เขางัวแกะเป็นพระติดกัน ๓ องค์” จำนวน ๑ องค์

.

แล้วทำไม “เขาโค” จึงมีความสำคัญ ?

ในสังคมไทยโบราณมี “ตำราโค” ที่กล่าวถึงลักษณะโคมงคล ๘ ชนิด รวมถึงสีและลักษณะของเขา ซึ่งเชื่อกันว่าส่งผลต่อคุณและโทษของผู้ครอบครอง เช่น เขาสีดำนิล ถือเป็นมงคลและช่วยกันอุบาทว์ เขาสีเหลือง เชื่อว่าจะนำสวัสดิมงคลและความมั่งคั่งมาให้ ส่วน เขาสีขาวดั่งงาช้าง เชื่อว่ามีอานุภาพป้องกันไฟ

.

เรียกได้ว่า “เขาโค” ไม่ได้ดูเพียงความสวยงาม แต่ต้องพิจารณาตามตำราว่า เขาแบบไหนเป็นเขาดี ดังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ใน ตามเสด็จไทรโยค ว่า

“เรื่องเขาโคเปนของผู้รู้วิธี ชั่วแลดีเลือกทำตามตำรา”

.

สำหรับ “เขาโคคุด” คำว่า “คุด” หมายถึงลักษณะที่งอกงออยู่ภายใน ไม่โผล่ออกมาตามปกติ จึงถือเป็นสิ่งที่ผิดไปจากธรรมชาติ และในความเชื่อโบราณจัดว่าเป็น “ทนสิทธิ์” หรือวัตถุที่เชื่อว่ามีอานุภาพเกิดขึ้นเองและสถิตอยู่ภายใน

แนวคิดนี้พบได้กับวัตถุจากธรรมชาติหลายชนิด เช่น เขี้ยวสัตว์ เขาสัตว์ นอ งา ของคด รวมถึงแร่และหินบางประเภท จึงมักถูกนำมาทำเป็นเครื่องราง ลงอักขระ หรือแกะสลักเป็นรูปมงคล โดยเฉพาะ พระพุทธรูป เพื่อเพิ่มความหมายด้านความเป็นสิริมงคลและการคุ้มครอง

.

ความสำคัญของเขาโคยังปรากฏใน พระราชพิธีฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคล เช่น การจัดสถานที่สำหรับพระราชพิธีเทศมหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ ซึ่งมีการจัดโต๊ะเครื่องนอระมาด เขาโค และเขาต่าง ๆ รวมถึงงาพลายปราบดัษกรสวมปลอกทองคำ แสดงให้เห็นว่าวัตถุเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของสะสม แต่ยังมีบทบาทในพิธีกรรมของราชสำนัก

.

เรื่องราวของ “เขาโค” ยังมีการศึกษาอย่างเป็นระบบจาก ตำราลักษณะวัว ที่พบทั้งในหอสมุดแห่งชาติและพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รวมกว่า ๒๐ ฉบับ โดยมีข้อสันนิษฐานว่า ตำราฉบับหนึ่งอาจเป็นพระนิพนธ์ของ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ ผู้ทรงบัญชาการพระราชพิธีของวังหน้าในสมัยรัชกาลที่ ๔

.

จากเขาสัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สู่เครื่องรางและงานศิลป์ที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยฝีมือช่าง “เขาโคคุดจำหลักรูปพระพุทธรูป” จึงเป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยในอดีตมองธรรมชาติผ่านทั้ง ศิลปะ ความเชื่อ และพิธีกรรม จนสิ่งของธรรมดาสามารถกลายเป็นวัตถุที่มีความหมายได้อย่างน่าทึ่ง

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank