เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้มีโอกาสไปรับชมภาพยนตร์เรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” ภาพยนตร์ระดับปรากฏการณ์จากเมืองจีนที่บอกเล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลที่จากบ้านเกิดมาแสวงโชคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีโพยก๊วน เป็นวัตถุดำเนินเรื่องที่ถูกเน้นย้ำเป็นพิเศษในฐานะของวัตถุพยานแห่งความสัมพันธ์
.
แน่นอนว่าวัฒนธรรมจีนก็ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้มากมายเต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของอาหาร ที่เราจะได้เห็นทั้งลูกกาน่า เรื่อยมาจนถึงขนมอย่าง “บ่อบี๋ก้วย” (无米粿 – bho5 bhi2 guê2 หรือ บ๊อบี้ก้วย) ที่ตัวละครเอกฝ่ายหญิงอย่าง “เจียหนำกี” เปิดกิจการขายอยู่ในเรื่อง
.
ถ้าคนไทยอย่างเรา ๆ เห็นหน้าตาบ่อบี๋ก้วยปุ๊บก็คงร้องอ๋อ เพราะว่ามันคือสิ่งที่เราเรียกกันในชื่อขนมกุยช่ายกลมหรือขนมกุยช่ายแบบแต้จิ๋ว โดยเจ้าบ่อบี๋ก้วยนี้เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งมันเป็นหลัก สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินในแต้จิ๋วที่นอกเหนือจากข้าวแล้วก็มีมันเทศเป็นอีกหนึ่งอาหารหลักด้วยโดยเฉพาะในยุคขาดแคลนที่พื้นที่ของคนแต้จิ๋วนั้นทำการเพาะปลูกลำบากเนื่องจากภัยธรรมชาติและความแห้งแล้ง พื้นที่เพาะปลูกเองก็มีจำกัดซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญให้เกิดการอพยพเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
ในส่วนของความเป็นมาของบ่อบี๋ก้วยนี้ ก็มีเรื่องเล่าเชิงตำนานอยู่เหมือนกัน โดยเล่าว่ามีหญิงคนหนึ่งได้เอามันเทศมาทำเป็นแป้งเนื่องจากเธอไม่มีข้าวมาใช้ทำแป้งข้าวเจ้า (ชื่อขนมนี้แปลตามศัพท์จะหมายถึงขนมไม่มีข้าว) เสร็จแล้วเธอก็นำเอาแป้งมันนั้นมาทำเป็นขนม ห่อไส้ด้วยใบกุยช่าย จึงเกิดเป็นบ่อบี๋ก้วย ขึ้นมานั่นเอง
.
ในเรื่องจดหมายรักถึงอาม่า การปรากฏตัวของบ่อบี๋ก้วยไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารอย่างเดียว แต่มันยังแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกิน ไปจนถึงการเป็นสัญลักษณ์ภาพแทนของความคิดถึงบ้านด้วยผ่านอาหารแต้จิ๋วที่ทำโดยคนแต้จิ๋วและกินโดยคนแต้จิ๋วในต่างแดน มันเป็นตัวแทนของการไม่ลืมบ้านเกิดในทางหนึ่ง นอกจากนี้แล้วความโด่งดังของจดหมายรักถึงอาม่าก็ได้ทำให้บ่อบี๋ก้วย กลายเป็นขนมที่มีกระแสในเมืองจีนไปพร้อม ๆ กัน
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

