เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสแวะไปลิ้มรสอาหารตำรับตุรกีและอาหรับเมดิเตอร์เรเนียนมาที่ร้าน Elbasha ตรงแยกบางรัก ซึ่งก็ได้สั่งอาหารที่ไม่เคยลิ้มลองมาหลายอย่าง ในส่วนของคาวก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ในส่วนของหวานนั้นมีอยู่อย่างหนึ่งที่ผู้เขียนและเพื่อน ๆ ได้ลิ้มลองแล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อย” เกินความคาดหมายไปมากอย่าง “อุมอาลี” (Om Ali)
.
อุมอาลีที่ผู้เขียนได้ลิ้มลอง มีลักษณะคล้ายกับขนมพุดดิ้ง แต่เป็นขนมปังชุ่มนม (ของร้านที่ผู้เขียนไปกินเหมือนจะมีใส่ขนมบิสกิตนิ้วนางด้วย) รสหวานนุ่ม มีส่วนผสมของถั่ว อบร้อนจนมีกลิ่นหอม แถมยังเสิร์ฟมาแบบอลังการมีเกลือติดไปล้อมรอบด้วย
.
อุมอาลี ได้ชื่อว่าเป็นขนมหวานแห่งชาติของอียิปต์ ซึ่งชื่อนี้แปลตรง ๆ ว่า “แม่ของอาลี” ฟังดูเหมือนจะชื่อมีประวัติดี แต่ทั้งนี้ประวัติที่มาของชื่อก็เป็นอะไรที่มืดมนและเกี่ยวข้องกับคดีนองเลือดในราชสำนักอียิปต์ยุคกลาง
.
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันโกลาหลรอยต่อระหว่างราชวงศ์อัยยูบิดกับราชวงศ์บะห์รีโดยในช่วงปลายราชวงศ์อัยยูบิดปกครองโดยสุลต่านอัศศอเลียะห์ อัยยูบ และมเหสีนามชะญะรุดดุรร์
.
หลังจากที่ราชวงศ์อัยยูบิดสิ้นสุดลง ชะญะรุดดุรร์ ก็ได้ไปอภิเษกสมรสกับปฐมกษัตริย์แห่งมัมลูกอย่างอิซซุดดีน อัยบัก อย่างไรก็ดี ชะญะรุดดุรร์อยากจะปกครองอียิปต์เสียเองจึงลอบสังหารอัยบัก ทว่ากลับถูกภรรยาคนแรกของอัยบัก ผู้เป็นมารดาของสุลต่านอัลมันสูร อาลี (ที่มาของชื่ออุมอาลี) สังหารล้างแค้นแทน พร้อมกับสั่งให้ห้องเครื่องวิเสทรังสรรค์ขนมนี้ขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ
.
อย่างไรก็ดี เนื้อหาดังกล่าวแม้จะอ้างอิงตัวละครจากประวัติศาสตร์ ทว่าตัวตนของอุมอาลีนั้นยังเป็นปริศนา มันเป็นช่องโหว่ที่ไม่มีระบุในพงศาวดาร จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการแต่งเชื่อมโยงขึ้นมามากกว่า โดยให้ผู้ที่ลอบสังหารชะญะรุดดุรร์ซึ่งในประวัติศาสตร์ระบุว่าเป็นเพียงสาวใช้ ให้กลายเป็นมารดาของสุลต่านอัลมันสูร อาลีแทน
.
แม้ว่าประวัติเบื้องหลังของขนมอุมอาลีจะถูกเล่าในแง่ของประวัติศาสตร์นองเลือดตรงกันข้ามกับความหวานของขนม แต่ทั้งนี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวของอาหารที่ถูกนำไปอิงกับประวัติศาสตร์จนกลมกลืนโดยอาศัยช่องโหว่บางจุดในประวัติศาสตร์เพื่อเสริมเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมาด้วย
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

