ช่วงสัปดาห์นี้เป็นช่วงสัปดาห์วันสารทจีนที่หลาย ๆ บ้านอาจจะมีพิธีไหว้กันไปตามที่มาของแต่ละครอบครัว แต่สำหรับที่ภูเก็ตนั้น วันสารทจีนก็อาจจะมีรายละเอียดหลายอย่างที่แตกต่างกันออกไป นอกจากแสงสีจากโคมไฟที่ประดับอยู่ตามศาลเจ้าและชุมชนแล้ว อีกหนึ่งภาพที่ชวนให้สะดุดตาก็คือ “เต่าสีแดง” ที่เรียงรายกัน เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ “เทศกาลพ้อต่อ” ซึ่งเป็นสารทจีนที่อยู่คู่ชาวไทยเชื้อสายฮกเกี้ยนในภูเก็ตมาอย่างยาวนาน
.
“พ้อต่อ” มีความหมายในทำนองการโปรดหรือช่วยเหล่าสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ เทศกาลนี้สัมพันธ์กับช่วงสารทจีน โดยมีวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 หรือเดือน 9 ตามปฏิทินไทยเป็นวันสำคัญ ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงดังกล่าว “ประตูผี” จะเปิดออก และดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะได้รับอนุญาตให้กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน
.
ผู้ล่วงลับที่กลับมายังโลกมนุษย์มีหลากหลาย ผู้ล่วงลับที่มีบ้านมีลูกหลานก็จะได้รับการเซ่นไหว้ต้อนรับ ส่วนผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติเอง ก็ยังมีพิธีที่ผู้คนทั่วไปจะจัดโต๊ะไหว้เครื่องเซ่นให้เหมือนกัน เรียกว่า “โฮ่เฮียตี่” ซึ่งก็เป็นหนึ่งสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของจีนในไทยด้วยส่วนหนึ่ง
.
เมื่อถึงช่วงเทศกาล ตามศาลเจ้า ชุมชน และบ้านเรือนจึงมีการตั้งโต๊ะเครื่องเซ่น ทั้งหมู เป็ด ไก่ ปลา ผัก ผลไม้ ขนม ตลอดจนกระดาษเงินกระดาษทองสำหรับเผาส่งไปให้ดวงวิญญาณ ขณะเดียวกันยังมีการจุดโคมหรือตะเกียงเพื่อเป็นแสงนำทางให้ดวงวิญญาณเข้ามารับอาหารและส่วนกุศลที่ลูกหลานและผู้คนบนโลกมนุษย์จัดเตรียมไว้ให้ และสำหรับที่ภูเก็ตนี้ ก็ต้องมี “ขนมเต่าแดง” หรืออังกู๊ ตั้งเอาไว้ด้วย
.
ตามคติจีนนั้น เต่าเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรงและอายุยืน อีกทั้งยังปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าและความเชื่อเกี่ยวกับการเดินทางข้ามระหว่างโลกหรือภพภูมิต่าง ๆ จึงกลายมาเป็นสัตว์มงคลที่ถูกนำมาใช้ในพิธีกรรม มีทั้งเต่าตัวเล็กตัวใหญ่ ซึ่งคติการนำเต่ามาในสารทจีนนี้ นอกจากภูเก็ตแล้วก็ยังพบเห็นในที่อื่น ๆ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนในกลุ่มวัฒนธรรมฮกเกี้ยนด้วยเหมือนกัน สะท้อนให้เห็นถึงสายธารวัฒนธรรมที่เดินทางมาไกล และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชุมชนไปในที่สุด
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

