ศาลาเฉลิมกรุง จากโรงหนังหลวง สู่ตำนาน “โขนไทย”

ครั้งหนึ่ง “ศาลาเฉลิมกรุง” เคยเป็นโรงภาพยนตร์ชั้นหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โรงมหรสพพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และเป็นความภาคภูมิใจของชาติ

.

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ความนิยมของผู้คนก็เปลี่ยนตาม โรงภาพยนตร์ที่เคยคึกคักจึงต้องปรับตัวอีกครั้ง จากโรงฉายภาพยนตร์ สู่ “โรงมหรสพ” ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะการแสดงไทยได้กลับมาเฉิดฉาย

.

จากโรงภาพยนตร์ สู่โรงมหรสพแห่งใหม่

วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ศาลาเฉลิมกรุงหยุดการแสดงชั่วคราวเพื่อเข้าสู่การปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และบริษัท สหศีนิมา จำกัด ก่อนที่บริษัท เฉลิมกรุงมณีทัศน์ จำกัด จะเข้ามารับช่วงดำเนินกิจการและปรับโฉมสถานที่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

.

การบูรณะใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยหัวใจสำคัญ คือการรักษาโครงสร้างและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ส่วนที่เพิ่มเติมจะทำเท่าที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนพื้นที่จากโรงภาพยนตร์ที่ผู้ชมมองจอ มาเป็นโรงมหรสพที่ “เวที” คือหัวใจของการแสดง และหนึ่งในบทบาทสำคัญที่เกิดขึ้นหลังการปรับปรุง คือการนำศิลปะการแสดงไทยกลับมาอยู่บนเวทีอีกครั้ง โดยเฉพาะ “โขน”

.

ศาลาเฉลิมกรุงพัฒนาโขนรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “โขนจินตนฤมิต” ยังคงรักษาแบบแผน ลีลา และองค์ประกอบของโขนดั้งเดิมไว้ แต่ปรับบทและรูปแบบการนำเสนอให้กระชับขึ้น พร้อมผสาน แสง สี เสียง ฉาก ภาพประกอบ และเทคนิคพิเศษ เพื่อสร้างความสมจริงและเพิ่มความสนุกในการรับชม

แนวคิดนี้ไม่เพียงทำให้โขนเข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาช่วยส่งต่อศิลปะการแสดงที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ให้ยังคงมีชีวิตและสามารถเผยแพร่สู่ผู้ชมต่างชาติได้

.

ในมุมหนึ่ง แนวคิดนี้ก็ไม่ต่างจากตัวอาคารศาลาเฉลิมกรุงเอง ที่ผสมผสาน เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับศิลปกรรมไทย จนเกิดเป็นความงดงามที่ร่วมสมัยโดยไม่ทิ้งรากเดิม

นอกจากโขนแล้ว ละครเวที ซึ่งเคยรุ่งเรืองในศาลาเฉลิมกรุง โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง ด้วยระบบเวทีและเทคนิคที่เอื้อต่อการแสดงมากกว่าเดิม

.

แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่ศาลาเฉลิมกรุงไม่ได้ทิ้งตัวตนในอดีต ทั้งงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม บรรยากาศของโรงมหรสพเก่าแก่ และความทรงจำของผู้คนที่เคยมีสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

.

ปัจจุบัน ศาลาเฉลิมกรุงยังสืบสานดนตรีไทยและเพลงไทยผ่านกิจกรรม “ศาลาเพลง – ศาลาเฉลิมกรุง” ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี โดยมี “วงดนตรีเฉลิมราชย์” อาจารย์วิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ และนักร้องชั้นนำ ร่วมถ่ายทอดบทเพลงหลากหลาย ทั้งเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงไทยสากล เพลงลูกทุ่ง และเพลงสากล รวมถึงโครงการประกวดร้องเพลง “ศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง” เพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่รักและร่วมกันสืบทอดบทเพลงไทยให้คงอยู่ต่อไป

.

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของศาลาเฉลิมกรุงในปัจจุบัน คือ การแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง รอบนักท่องเที่ยวพระบรมมหาราชวัง ที่เปิดโอกาสให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้สัมผัสนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้

.

การแสดงชุด “หนุมาน” ยังคงรักษาความงดงามตามจารีต ทั้งกระบวนท่ารำ ดนตรีไทยบรรเลงสด การพากย์และเจรจา ขณะเดียวกันก็เติมสีสันด้วย แสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ และฉากสมัยใหม่ พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาจีน

.

เปิดการแสดง วันจันทร์–ศุกร์ วันละ 3 รอบ เวลา 13.00 น. / 14.30 น. / 16.00 น. รอบละประมาณ 25 นาที ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

โปรโมชั่นสำหรับคนไทย ราคา 100 บาท

สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2225-8757-8, 0-2224-4499 หรือทาง Facebook ศาลาเฉลิมกรุง

.

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ราคา 500 บาท ณ จุดจำหน่ายบัตรพระบรมมหาราชวัง จะได้รับบัตรชมการแสดงโขน และสามารถเดินทางมายังศาลาเฉลิมกรุงตามรอบที่กำหนด

.

จากโรงภาพยนตร์หลวงที่เคยสร้างความบันเทิงให้คนรุ่นก่อน วันนี้ศาลาเฉลิมกรุงยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีแห่งศิลปวัฒนธรรม เพียงเปลี่ยนจากการฉายภาพบนจอ มาเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคน ดนตรี นาฏศิลป์ และเทคโนโลยี

.

โดยเฉพาะ “โขนไทย” ศิลปะการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity)

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank