“เจว็ดเทวดาถือพระขรรค์” จากสัญลักษณ์แห่งปัญญา สู่เครื่องรางสายมู!

ถ้าพูดถึง “เจว็ด” หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเป็นเทวดาผู้เฝ้าศาลพระภูมิ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็น

.

เจว็ดเป็นเหมือน ผู้คุมกฎแห่งบ้านเรือน ว่ากันว่าถ้าไร้เจว็ด ศาลพระภูมิก็เหมือนขาดหัวใจ แต่เดี๋ยวก่อน… ทำไมบางเจว็ดถือสมุดตำรา บางอันถือถุงเงิน ที่แปลกกว่านั้น ทำไมยุคนี้ดันไปโผล่ใน ศาลผี ด้วย!?

.

มาร่วมหาคำตอบไปด้วยกัน พร้อมแล้วหรือยังที่จะไปร่วมเปิดตำนาน “เจว็ด” ที่ทั้งขลัง ทั้งลึกลับ และมีอิทธิฤทธิ์เกินกว่าที่คิด

.

เจว็ดคืออะไร ?

“เจว็ด” ตามพจนานุกรมหมายถึง รูปเทวดาถือพระขรรค์ แต่ในสายมู เจว็ดคือ จิตวิญญาณแห่งศาลพระภูมิ ปกติแล้วทำจากไม้หรือดินปั้นคล้ายแผ่นเสมา แกะสลักเป็นรูปเทวดาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือสมุด หรือถุงเงิน

.

ทำไมต้องถือสมุดหรือถุงเงิน

ยุคโบราณถือสมุดตำรา สื่อถึงปัญญา เพราะคนเชื่อว่าความรู้คือพลังแห่งความรุ่งเรือง

แต่ยุคปัจจุบันถือถุงเงิน ขายดี รวยไว อยู่ดีกินดี

.

ศาลพระภูมิมีเจว็ด = แรงแต่ยังไม่ขลัง!

ใครที่คิดว่าแค่เอาเจว็ดมาตั้งในศาลพระภูมิแล้วจะศักดิ์สิทธิ์เลย บอกเลย ผิด เพราะเจว็ดที่ยังไม่ผ่านพิธีกรรมจะถือเป็นแค่แผ่นไม้ธรรมดา ส่วนเจว็ดที่ผ่านพิธีกรรมแล้วนั้นจะกลายเป็น พระภูมิที่มีฤทธิ์

พิธีกรรมสำคัญที่ทำให้เจว็ดขลัง

บรรจุธาตุ 6 (ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ จิต)

อัญเชิญ พุทธคุณ เทวคุณ

ปลุกเสกโดยอาจารย์ผู้มีพลัง

เมื่อผ่านพิธีแล้ว เจว็ดจะกลายเป็นจุดศูนย์รวมพลังของศาลพระภูมิ คอยคุ้มครองบ้าน นำพา โชคลาภและปัดเป่าเคราะห์ร้าย

.

เจว็ดมีข้อห้ามแรง…อย่าทำผิดเด็ดขาด

ห้ามตั้งหันหน้าออกประตูบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเหยียบหัวพระภูมิ ผลที่ตามมาอาจเป็นหายนะ

เจว็ด = ศาลพระภูมิเท่านั้น ห้ามใช้ผิดที่

​.

อดีต “เจว็ด” จะมีแค่ในศาลพระภูมิเท่านั้น แต่ยุคนี้มีคนเอาไปไว้ในศาลผี เรื่องนี้หลายคนเชื่อว่า ผิดหลักความเชื่อดั้งเดิมและอาจส่งผลต่อพลังของเจว็ดได้ ซึ่งความแตกต่างระหว่างเจว็ดยุคเก่า VS เจว็ดยุคใหม่ ก็คือ แบบโบราณ จะเป็นงานแกะสลักระดับเทพ รายละเอียดเป๊ะ! มีความศักดิ์สิทธิ์ในทุกลายเส้น แต่ในรูปแบบปัจจุบัน เน้นง่าย เร็ว ผลิตไว ใช้สะดวก แต่ความขลังอาจลดลง

.

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่พลังของเจว็ดยังคงอยู่กับศรัทธาของผู้คน ถ้าใครมีศาลพระภูมิที่บ้าน อย่าลืมเช็กว่าเจว็ดของคุณตั้งถูกต้องไหม และถ้าจะบูชาต้องมั่นใจว่าผ่านพิธีแล้ว