ชามใบนี้อาจดูเหมือนเครื่องปั้นดินเผาธรรมดา แต่ถ้าลองสังเกตให้ดี จะพบทั้ง ภาพปลา 1 ตัว และตัวอักษรไทยสุโขทัยคำว่า “แม่ปลากา” เขียนอยู่บนก้นชาม
.
สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ชามสังคโลกใบหนึ่งพาเราย้อนกลับไปเห็นทั้งชีวิตผู้คน การค้าขาย และภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาของสุโขทัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน
.
ชามชิ้นนี้มีอายุอยู่ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 20–21 และเป็นของที่ พ.ต.อ. มนต์ชัย พันธ์คงชื่น มอบให้ ปัจจุบันจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
.
จุดเด่นของชามอยู่ที่การ เขียนลายสีดำใต้เคลือบใส ตรงกลางด้านในมีภาพปลาตัวเดียว หันหัวไปทางขวา ล้อมด้วยเส้นวงกลม 2 ชั้น และด้านล่างเขียนอักษรไทยสุโขทัยว่า “แม่ปลากา”
ส่วนบริเวณขอบชามตกแต่งด้วยลายเส้นสีดำเรียบง่าย แต่ช่วยทำให้ภาพปลาตรงกลางโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน
.
แล้ว “ปลากา” คือปลาอะไร?
ปลากาเป็นปลาน้ำจืดที่มีลักษณะคล้ายปลาตะเพียน ลำตัวค่อนข้างป้อม หลังป่อง ครีบหลังสูง มีหนวด 2 คู่บริเวณปาก ลำตัวออกสีดำหรือน้ำตาลเข้ม มีเกล็ดเล็ก ๆ แซมสีแดง และมีครีบหางเว้าลึก
เจ้าปลากาชนิดนี้มักหากินอยู่ตามพื้นน้ำ โดยแทะเล็มตะไคร่น้ำและสาหร่าย พบได้ตามแม่น้ำและแหล่งน้ำจืดในประเทศไทย
.
ที่น่าสนใจคือ “ปลา” เป็นหนึ่งในลวดลายที่พบในเครื่องสังคโลก และนักวิชาการสันนิษฐานว่า ลวดลายปลาเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ คติเรื่องความอุดมสมบูรณ์ เพราะปลาเป็นสิ่งที่พบได้มากในแหล่งน้ำ และเป็นอาหารสำคัญของผู้คนในอดีต
ดังนั้น ภาพปลาที่อยู่บนชามจึงอาจไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังสะท้อนความคิดและความหวังของผู้คนที่มีต่อความอุดมสมบูรณ์ในการดำรงชีวิต
.
อีกเรื่องที่น่าสนใจอยู่ตรง “วิธีทำ” ชามใบนี้ใช้เทคนิค เขียนลายสีดำใต้เคลือบ โดยสีดำที่ใช้เขียนลวดลายทำจาก สนิมเหล็ก ก่อนเคลือบใสทับด้านบนแล้วนำไปเผา
เทคนิคนี้เป็นรูปแบบที่พบในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัยช่วงระยะกลาง ราวพุทธศตวรรษที่ 20–21 โดยพบทั้งที่ แหล่งเตาเกาะน้อย ศรีสัชนาลัย และแหล่งเตาเมืองสุโขทัย และผลิตควบคู่กับภาชนะเทคนิคอื่น ๆ เช่น เครื่องเคลือบสีน้ำตาลอมดำ และเครื่องเคลือบสีเขียวอมฟ้า
.
ถ้าสังเกตตรงก้นชามด้านใน ยังพบ รอยกี๋ 4 จุด อีกด้วย
“กี๋” หรือ supporter คือวัสดุที่ใช้รองภาชนะในระหว่างการเผา เพื่อป้องกันไม่ให้ภาชนะติดกับพื้นเตาหรือติดกันเอง โดยกี๋มีหลายรูปแบบ ทั้งกี๋เม็ด กี๋ท่อ และกี๋จาน ซึ่งมักทำจากดินเผา
ร่องรอยเล็ก ๆ เหล่านี้จึงกลายเป็นหลักฐานที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า กว่าชามหนึ่งใบจะออกจากเตาเผาและมาอยู่ในมือผู้คน ต้องผ่านกระบวนการที่พิถีพิถันเพียงใด
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

