“Tanee Siam” กล้วยตานีสู่หนังกาบกล้วย งานคราฟต์เจ็ดเสมียน

ถ้าเอ่ยถึง เจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี หลายคนอาจนึกถึงไชโป๊หรือเค้กมะพร้าว แต่ที่นี่กำลังมีอีกหนึ่งของดีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ “กล้วยตานี” หรือที่หลายคนยกให้เป็น “ราชินีแห่งกล้วย” ซึ่งกำลังถูกเปลี่ยนโฉมจากพืชพื้นถิ่นให้กลายเป็นงานแฟชั่นร่วมสมัยในชื่อ Tanee Siam (ตานีสยาม)

.

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ “บ้านนี้มีปราชญ์” หมุดหมายใหม่ของชุมชนเจ็ดเสมียนที่รวบรวมภูมิปัญญา งานฝีมือ และของดีท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบ Art Market โดยมี “คุณกอล์ฟ – ธนกร สดใส“ หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้านนี้มีปราชญ์และผู้ก่อตั้ง Tanee Siam เป็นผู้หยิบ “กล้วยตานี” ซึ่งอยู่ใกล้ตัวมาต่อยอดด้วยนวัตกรรม

.

คุณกอล์ฟเติบโตมาในครอบครัว ช่างสิบหมู่ ที่สืบทอดงานทำบายศรี แทงหยวก และเครื่องสักการะจากบรรพบุรุษมาถึงรุ่นที่ 4 แม้ครั้งหนึ่งจะออกไปทำงานกับเทคโนโลยีหลากหลาย แต่สุดท้ายกลับเลือกกลับบ้าน เพื่ออนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่เดิม พร้อมพัฒนาให้เข้ากับโลกยุคใหม่ โดยใช้คำว่า “ตานี” เป็นตัวขับเคลื่อนให้คนรู้จักภูมิปัญญาของชุมชนผ่านนวัตกรรม

.

จากคุณสมบัติของกล้วยตานีที่มี ความเหนียว ความสวย ความเงางาม และลวดลายเฉพาะตัว ผสานกับความรู้ด้านเคมีสิ่งทอ จึงทดลองนำ “กาบกล้วย” มาพัฒนาเป็นวัสดุที่มีลักษณะคล้ายหนัง สามารถนำไปทำเป็น กระเป๋า หมวก และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยมีอายุการใช้งานราว 5–10 ปี

.

แนวคิดสำคัญไม่ใช่แค่การทำของใหม่จากของพื้นบ้าน แต่คือการใช้กล้วยให้เกิดประโยชน์ ตั้งแต่ยอดจดโคน และสร้างระบบที่คนในชุมชนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

.

ปัจจุบัน Tanee Siam มีแหล่งวัตถุดิบจากพื้นที่ปลูกในชุมชนราว 100 ไร่ โดยให้ความสำคัญกับสายพันธุ์จากแปลงแม่ในเจ็ดเสมียน เพื่อควบคุมคุณภาพของกาบกล้วยให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

.

ใบตองสามารถนำไปทำบายศรี จาน หรือบรรจุภัณฑ์ ก้านนำไปจักสาน ต้นนำมาทำเป็นกระเป๋า เชือกกล้วย และงานจักสาน ขณะที่ ยางกล้วย ยังสามารถนำไปสกัดเป็นสีเพนต์และสีย้อมได้ แนวคิดนี้จึงกลายเป็นวิถี Circular Economy ที่พยายามใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้ได้มากที่สุดและเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด

.

แต่กว่าจะกลายเป็น “หนังกาบกล้วย” อย่างที่เห็น ไม่ได้ง่ายเหมือนหยิบกล้วยมาปอกเปลือก เพราะต้องผ่านกระบวนการมากถึง 16 ขั้นตอน โดยมีหัวใจสำคัญคือ “กรีด – ตาก – รีด – ต่อ” ทุกขั้นตอนต้องอาศัยทั้งฝีมือและความเข้าใจในธรรมชาติ ตั้งแต่การตากที่ต้องควบคุมแสงแดด ไปจนถึงการต่อกาบกล้วยแต่ละชิ้นให้เกิดเป็นลวดลายที่สวยงาม

.

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ กระเป๋า 1 ใบ ใช้กล้วยตานี 1 ต้น และแทบไม่มีใบไหนเหมือนกัน เพราะลวดลายบนกาบกล้วยเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดีไซน์ของ Tanee Siam ยังหยิบเอาทักษะจากงานใบตองที่คุ้นเคย ทั้งการ พับ จับ และจีบ จากการทำบายศรีหรือห่อขนมไทย มาประยุกต์เป็นรายละเอียดบนกระเป๋า และเลือกไม่ติดโลโก้ลงบนผลิตภัณฑ์ เพราะต้องการให้ วัตถุดิบและลวดลายธรรมชาติเป็นจุดเด่น

.

ส่วนเรื่องความทนทานก็มีนวัตกรรมเข้ามาช่วย โดยนำคุณสมบัติของยางกล้วยมาผสานกับ ยางพารา เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและการกันน้ำ ทำให้หนังกาบกล้วยสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับวัสดุหนังทั่วไป ขณะที่ด้านในกระเป๋าซับด้วยผ้าคอตตอนแคนวาส

.

คอลเลกชันแรกของ Tanee Siam เกิดจากการ ลองผิดลองถูกนานเกือบ 8 ปี ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ราคาเริ่มต้นประมาณ 500–10,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและดีไซน์ และยังสามารถสั่งทำลวดลายเฉพาะของตัวเองได้อีกด้วย

.

วันนี้ Tanee Siam กำลังเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อของธรรมดาในชุมชน ให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank