เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 143 ของ “พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)” ผู้ที่ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทยที่เราใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ใคร ๆ ก็คุ้นเคยกับเพลงชาติ แต่รู้ไหมว่ากว่าจะมาถึงเพลงชาติปัจจุบันได้ก็มีเบื้องหลังมากมายอยู่หลายเรื่อง
.
ว่าด้วยประวัติเพลงชาติไทยอย่างย่อ ในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง สยามได้ใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีในฐานะของเพลงชาติในทางพฤตินัยมาอย่างยาวนาน ทว่าหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แนวคิดเรื่องรัฐชาติเริ่มเข้มข้นขึ้น เพลงชาติจึงต้องแยกให้ขาดจากเพลงสรรเสริญพระบารมี
.
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ ๆ สยามได้ใช้เพลง “มหาชัย” เป็นเพลงชาติชั่วคราวระหว่างรอให้พระเจนดุริยางค์ประพันธ์เพลงชาติใหม่ขึ้นมา ซึ่งการรบเร้าให้พระเจนดุริยางค์แต่งเพลงชาตินั้นก็เล่าว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งพระเจนดุริยางค์ก็บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อยไป กระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองเกิดขึ้นจริง การแต่งเพลงชาตินี้จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
.
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 5 วัน พระเจนดุริยางค์ก็ได้รับคำร้องขอให้แต่งเพลงชาติ พระเจนดุริยางค์ก็ขอเวลาคิด 7 วันในการแต่งเพลง ในบันทึกส่วนตัวของพระเจนดุริยางค์ เล่าว่าตลอดทั้ง 7 วันนั้นคิดเพลงไม่ออกเลย กระทั่งเช้าวันที่ 7 ซึ่งเป็นเส้นตาย ขณะที่ออกจากบ้านจะไปทำงานที่สวนมิสกวัน ก็ก้าวขึ้นรถรางประจำสายสุริวงศ์ จู่ ๆ ระหว่างนั่งรถรางอยู่ ทำนองเพลงก็บังเอิญผุดขึ้นมาในหัว พอไปถึงสวนมิสกวันก็รีบไปจดทำนองและทำสกอร์เพลงทันที เกิดเป็นทำนองเพลงชาติที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน
.
ในตอนแรกพระเจนดุริยางค์ไม่ปรารถนาจะให้มีการเปิดเผยชื่อของตนในฐานะคนแต่ง ทว่าในหนังสือพิมพ์ศรีกรุงกลับระบุชื่อผู้แต่งชัดเจน ทำให้พระเจนดุริยางค์ถูกตำหนิโดยกระทรวงวัง และในเวลาต่อมาก็ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไป
.
ในส่วนของเนื้อร้องเพลงชาตินี้ เนื้อร้องแรกแต่งโดยขุนวิจิตรมาตรา แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนต้องมีการปรับแก้ และต่อมาก็จัดประกวดเนื้อเพลงชาติขึ้น อย่างไรก็ดี ทางการยังไม่ต้องการทิ้งเนื้อเดิม จึงนำเนื้อเก่าและเนื้อใหม่มาต่อกัน กลายเป็นเพลงชาติที่ยาวกว่า 3 นาที
.
อย่างไรก็ดี เมื่อสยามเปลี่ยนชื่อมาเป็นไทย เพลงชาติเองก็ต้องเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่ นำมาสู่เนื้อเพลงชาติในปัจจุบัน ซึ่งแต่งโดยพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์)
.
จากท่วงทำนองที่คิดขึ้นได้บนรถรางในเช้าวันหนึ่ง มาสู่เนื้อร้องที่ปรับแก้กันหลายครั้งตามแนวคิดและการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง เพลงชาติไทยจึงเป็นมากกว่าแค่เพลง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนถึงเรื่องราวของรัฐชาติในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

