หากคุณมีโอกาสไปเยือนลำปางในคืนเดือนยี่เป็ง อย่าได้พลาดชม “ประเพณีล่องสะเปา” ![]()
![]()
พิธีกรรมสุดวิจิตรที่บรรจบกันระหว่างศรัทธา ความงดงาม และความทรงจำของคนเมืองเหนือ
.
คำว่า “สะเปา” มีรากมาจากคำจีนว่า “สำเภา”
หมายถึงเรือใบเดินทะเล แต่สำหรับชาวล้านนาโดยเฉพาะในลำปาง “สะเปา” หมายถึง เรือแห่งบุญ เรือบรรทุกทานที่จัดทำขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับในคืนเดือนเพ็ญ ![]()
.
สะเปาของชาวลำปางไม่ได้ทำขึ้นเล่น ๆ แต่เป็นผลงานศิลปะพื้นบ้านที่แฝงความหมายลึกซึ้ง วัสดุธรรมชาติ เช่น กาบกล้วย มะละกอ ไม้ไผ่ หรือแม้แต่กระดาษแก้ว จะถูกจัดเรียงอย่างประณีต สะเปาแต่ละลำประดับประดาด้วยดอกไม้และกระดาษตัดลายวิจิตร
.
ภายในลำสะเปามักบรรจุของเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสุก กล้วย อ้อยควั่น ข้าวต้มจิ้ม ยาสูบ หมาก พลู ดอกไม้ ธูป เทียน และแม้กระทั่ง “รูปสัตว์”
เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เพื่อมอบเป็นเสบียงแห่งบุญให้ดวงวิญญาณได้ใช้ในภพหน้า
.
พิธีล่องสะเปาในคืนยี่เป็งไม่ได้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่คือการ “ส่งบุญ” ![]()
ข้ามฟากจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า และยังเป็นพิธี “ขอขมาแม่น้ำ”
ตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ ว่าพระนารายณ์ทรงดูแลแม่น้ำคงคา พร้อมกันนั้นยังเป็นการ บูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระบาทไว้ จึงเป็นการเจริญพุทธานุสติรำลึกถึงพระศาสดาด้วยใจสงบ
.
ตำนาน “ล่องสะเปาหลวง” แห่งลำปาง ยิ่งทำให้ประเพณีนี้ทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต
เจ้านครลำปางองค์สุดท้าย ทรงฟื้นฟูพิธีนี้อย่างอลังการ มีการสร้าง “สะเปาหลวง” ขนาดใหญ่เป็นเรือสำเภา มีเสากระโดง โคมร้อยและโคมราวสีสันวิจิตร
.
ก่อนขบวนแห่จะเริ่ม พระองค์จะประกอบพิธี “สระเกล้าดำหัว” ลงในสะเปา แล้วจึงมีข้าราชบริพารและชาวเมืองแห่สะเปาน้อยตามมาจากคุ้มหลวงจนถึงท่าน้ำ ท่าช้างเผือก เรื่องเล่าบอกว่า เจ้าบุญวาทย์ทรงรักพิธีนี้ถึงกับตั้งชื่อธิดา 2 องค์ว่า เจ้าหญิงสะเปาแก้ว และ เจ้าหญิงสะเปาคำ และยังมีอีกตำนานเล่าว่า เรือสะเปาเคยมาเกยตื้น ณ ท่าน้ำแม่วัง จนชาวบ้านเรียกที่นั่นว่า “บ้านสะเปา” สืบมาจนถึงปัจจุบัน
.
ในปัจจุบัน “ล่องสะเปาจาวเวียงละกอน” ได้กลายเป็นประเพณีประจำจังหวัดลำปาง ที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และการท่องเที่ยว จนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานยี่เป็งที่ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวรอคอย





