หากพูดถึงอุปกรณ์คู่กายของชาวนา หลายคนคงนึกถึง “งอบ” แต่รู้หรือไม่ว่า ในอดีตมีงอบชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้ป้องกันแดดและฝนได้ดีกว่างอบทั่วไป จนได้รับฉายาว่าเป็น “หมวกกันแดดของชาวนาโบราณ” นั่นคือ “กุบแมงดา”
.
ชื่อของกุบชนิดนี้มาจากรูปร่างที่ละม้ายคล้าย แมงดานา สัตว์น้ำที่คนไทยคุ้นเคย ตัวกุบมีลักษณะกว้าง ยาว และแผ่คล้ายกระดองของแมงดา จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกที่สืบทอดกันมา
.
กุบแมงดา เป็นเครื่องสวมหัวประเภทงอบ สานขึ้นจาก ตอกไม้ไผ่สองชั้น อย่างประณีต แล้วกรุด้านในด้วยใบไม้แห้ง หรือใช้ใบจากเย็บต่อกันเป็นแผงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและช่วยกันแดดกันฝน ตัวกุบมีลักษณะโค้งนูนตรงกลางคล้ายหลังเต่าเล็กน้อย ส่วนด้านในบริเวณหัวจะมีไม้ทำเป็นหูจับอยู่ทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้ผู้สวมจับยึดได้สะดวกและช่วยป้องกันไม่ให้งอบปลิวไปตามแรงลมขณะทำงานกลางทุ่ง
.
สิ่งที่ทำให้กุบแมงดาแตกต่างจากงอบทั่วไป คือ ขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษ โดยมีความยาวประมาณ 2 ศอก สามารถคลุมได้ตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงแผ่นหลัง ด้านในไม่มีรังงอบเหมือนงอบทั่วไป แต่ใช้ส่วนโค้งนูนบริเวณกลางกุบให้รับกับศีรษะของผู้สวม ทำให้สวมได้มั่นคงแม้ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
.
ส่วนริมกุบที่แผ่ออกทั้งสองข้างคล้ายปีกของแมงดา จะช่วยคลุมไหล่และหลังได้เป็นอย่างดี จึงป้องกันทั้งแดดและฝนได้มากกว่างอบทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูทำนา เมื่อชาวนาต้องก้มดำนาหรือถอนกล้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง กุบแมงดาจะช่วยบังแดดไม่ให้แผ่นหลังถูกแสงแดดแผดเผาโดยตรง อีกทั้งยังช่วยกันละอองฝนและลดความเปียกชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ปัจจุบันกุบแมงดาอาจพบเห็นได้ไม่มากนัก เพราะถูกแทนที่ด้วยหมวกและอุปกรณ์สมัยใหม่ แต่ในหลายชุมชนยังคงมีการสืบทอดการสานกุบแบบดั้งเดิมไว้ ในฐานะงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของภูมิปัญญาไทยที่สะท้อนให้เห็นว่า คนโบราณสามารถออกแบบเครื่องใช้จากวัสดุธรรมชาติ ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างฉลาดและยั่งยืน

