ถ้าพูดถึง “ลูกข่าง” หลายคนอาจนึกถึงลูกข่างของชาวม้ง แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านั้นหลายร้อยปี ล้านนามีลูกข่างในตำนานที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 750 ปี นั่นคือ “มะส่าง” หรือ ลูกข่างพญามังราย ของเล่นพื้นบ้านที่มีเรื่องราวผูกพันกับกษัตริย์ผู้สร้างอาณาจักรล้านนา
.
ตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พญามังราย โปรดการเล่นลูกข่างเป็นอย่างมาก จน ท้าวรุ่งแก่นชาย โปรดให้ช่างหล่อลูกข่างทองคำขึ้นถวาย จากนั้นการละเล่นชนิดนี้ก็แพร่หลายสู่ชาวบ้าน และสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นกีฬาพื้นบ้านของชาวล้านนา
.
ลูกข่างพญามังรายทำจากไม้เนื้อแข็งหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไม้มะขาม ไม้ดู่ ไม้แดง ไม้กฐิน หรือไม้สัก ช่างจะใช้มีดฟัน ต๊อก หลาว และเหลาอย่างประณีต จนเกิดเป็นรูปทรงคล้าย พุ่มดอกบัวซ้อน อันเป็นเอกลักษณ์ของลูกข่างล้านนา แต่ละลูกจึงไม่ใช่เพียงของเล่น หากยังสะท้อนฝีมือและศิลปะของช่างพื้นบ้านอีกด้วย
.
ชาวล้านนายังเรียกลูกข่างชนิดนี้ว่า “บ่าข่างแม่” เพราะไม่มีเดือยยาว ต่างจากลูกข่างอีกประเภทที่เรียกว่า “บ่าข่างปู้” ซึ่งมีเดือยยื่นออกมา โดยเฉพาะลูกข่างของพื้นที่เชียงราย
.
หลายคนอาจเข้าใจว่าลูกข่างของชาวม้งคือลูกข่างไทย แต่ความจริงแล้ว ลูกข่างพญามังรายกับลูกข่างม้ง มีรูปแบบและวิธีเล่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลูกข่างม้งมีทรงตรง ใช้ไม้ผูกเชือกยาว เหวี่ยงจากด้านข้าง และนิยมเล่นเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ลูกข่างพญามังรายไม่มีไม้ผูกเชือก หมุนได้ทั้งสองด้าน เหวี่ยงจากเหนือศีรษะลงคล้ายการฟันดาบ และสามารถเล่นได้ทุกช่วงเวลาที่ต้องการ
.
ความสนุกของลูกข่างพญามังรายอยู่ที่การแข่งขัน 2 รูปแบบ
– “หมุนเมิน” คือการแข่งขันว่าลูกข่างของใครหมุนได้นานที่สุด เมื่อให้สัญญาณพร้อมกัน ผู้ที่ลูกข่างหยุดหมุนช้าที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
– ส่วน “สับกั๋น” คือการแข่งขันประชันฝีมือ ผู้เล่นผลัดกันเป็นฝ่ายล่อและฝ่ายขว้าง หากขว้างโดนลูกล่อจนหยุดหมุนก่อน ก็เป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าลูกข่างของผู้ขว้างหยุดหมุนก่อน ลูกล่อจะเป็นฝ่ายชนะแทน ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ความแรง และเทคนิคในการเหวี่ยงอย่างมาก
.
ตลอดเวลากว่า 750 ปี มะส่างหรือลูกข่างพญามังราย ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นของเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกที่เชื่อมโยงผู้คนในครอบครัวและชุมชน เป็นกิจกรรมที่ผู้ใหญ่ถ่ายทอดให้เด็ก และเป็นหนึ่งในการละเล่นไม่กี่ชนิดของกษัตริย์ล้านนาที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

