คนไทยกับรสเผ็ดเป็นของคู่กันเขาว่าไว้ แน่นอนว่าอาหารที่ว่าเป็นอาหารไทยจำนวนไม่น้อยถูกสร้างสรรค์ออกมาให้มีความเผ็ดร้อนในตัวมันเอง เมื่อเราพูดถึงความเผ็ด เราล้วนแต่นึกถึงพริกเป็นอันดับแรก ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าพริกเม็ดสีแดง ๆ หรือที่เรียกกันว่าพริกเทศแบบเรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดในไทยแต่อย่างใด
ว่าด้วยถิ่นกำเนิดของพริกเทศนั้น มีถิ่นฐานอยู่ไกลถึงทวีปอเมริกา และมีการบริโภคอย่างแพร่หลายโดยชาวพื้นเมืองโดยเฉพาะกับชาวแอซเท็กที่มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นเม็ดพริกในซากอุจจาระอายุหลายพันปี กระทั่งต่อมามันถูกนำเข้ามาในยุโปรโดยคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งเล่าว่าเป็นผลงานของลูกเรือคนหนึ่งที่หยิบตัวมือกลับมาแล้วปลูกขึ้นในสเปน ซึ่งก็ได้มีการปลูกมากขึ้นจนแพร่หลาย และชาวยุรปก็ได้ลิ้มรสพริกกัน ก่อนที่ความเผ็ดร้อนของพริกจะได้รับการส่งต่อเรื่อยมาทางฝั่งตะวันออก จากยุโรปสู่อาหรับ จากอาหรับสู่อินเดีย และจากอินเดียสู่จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับการมีพริกเทศกินในไทยนั้นเล่ากันว่าเป็นฝีมือของพ่อค้าชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาเมื่อราวต้นกรุงศรีอยุธยา ไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง
อ้าว ในเมื่อรสเผ็ดร้อนเป็นของคู่กับคนไทย แล้วก่อนที่เราจะรู้จักพริกเทศเราใช้อะไรแทนหล่ะ? แน่นอนว่าก็ต้องเป็นพื้นพื้นถิ่น โดยมีพบพืชประจำภูมิภาคที่มีรสเผ็ดรสหลายชนิด ที่สำคัญหน่อยก็คือพริกไทย ที่แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าเป็นอะไรที่คนไทยกินกันนี่เอง โดยมีหลักฐานการกินพริกถ้ำเก่าแก่นับพันปีเหมือนกัน ดังที่พบในแหล่งโบราณคดีถ้ำผี จังหวัดแม่ฮ่องสอน
นอกเหนือจากพริกไทย อย่างอื่นที่เผ็ดร้อนพอกันก็ยกตัวอย่างเช่น ขิง ข่า ไปจนถึงดีปลี โดยรสเผ็ดร้อนนั้นอยู่คู่กับภูมิปัญญาไทยมานานทั้งในด้านของวัฒนธรรมอาหาร ไปจนถึงภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่รสชาติของตัวยามีผลต่อสรรพคุณ โดยรสเผ็ดร้อนของพืชสมุนไพรนั้นจะเป็นการแก้ลม คือพวกลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ ช่วยขับลมต่าง ๆ เป็นต้น
การเดินทางมาถึงของพริกเทศนับว่ามีส่วนสำคัญในพัฒนาการของความเผ็ดในอาหารไทยอยู่มาก ด้วยความฉุนและความจัดจ้านที่มากกว่าพริกหรือเครื่องแกงรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ ที่พบในไทย ทำให้ความเผ็ดของอาหารไทยถูกยกระดับมากขึ้นไปอีก เป็นการมาถึงของวัตถุดิบใหม่ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินไทยไปโดยปริยาย
#จานโปรด#พริก#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

