ปลาส้มบ้านลาว รอยลาวจากเวียงจันทร์ถึงบางไส้ไก่

“บ้านลาว” นับว่าเป็นอีกหนึ่งชื่อที่เหล่านักดนตรีไทยหลายคนรู้จักในฐานะของแหล่งผลิตขลุ่ยชั้นดีในกรุงเทพมหานคร ที่นักดนตรีไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลือกใช้เป็นขลุ่ยคู่มือกันมาหลายยุค แต่มรดกของบ้านลาวไม่ได้มีแค่ขลุ่ย แต่ยังมีรากของวัฒนธรรมการกินที่ติดสอยห้อยตามพวกเขามาด้วย

.

แต่เดิมบ้านลาวหรือชุมชนบางไส้ไก่ก็มีคนเชื้อสายลาวเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ตั้งแต่ครั้งกรุงธนบุรี เดินทางมาพร้อม ๆ กับการอัญเชิญพระแก้วมรกตเข้ามา เป็นการกวาดต้อนเข้ามาระลอกแรก ก่อนที่ต่อมาจะมีชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาสมทบในสมัยรัชกาลที่ 3 หลังจบศึกเจ้าอนุวงศ์ ผู้คนที่นี่จึงมีเชื้อสายจากเวียงจันทน์ และได้นำเอาอาหารแบบลาวเวียงจันทน์เข้ามาด้วย โดยหนึ่งในจานเด็ดของบ้านลาวก็คือ “ปลาส้ม”

.

ปลาส้มบ้านลาวเป็นสูตรที่ตกทอดมาในชุมชน และนิยมกินกันในครัวเรือนหรือชุมชนเป็นหลัก ปลาส้มของที่นี่เป็นเอกลักษณ์ในกรุงเทพฯ แต่ทั้งนี้ก็มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับปลาส้มในชุมชนลาวของจังหวัดอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน เช่น ปลาส้มที่เพชรบูรณ์ หรือปลาส้มกำนันจุล ไปจนถึงปลาส้มที่พบในสระบุรี จุดเด่นของปลาส้มบ้านลาวก็คือการหมักปลาตะเพียนจนก้างนิ่มกินได้ทั้งตัว

.

วิธีการทำปลาส้มบ้านลาว จากสูตรของคุณแม่คำจันทร์ อิ่มบุปผา ได้ให้ข้อมูลว่าจะขอดเกล็ดปลา ควักไส้ควักพุงแล้วล้างน้ำสามครั้ง กรีดปลาเป็นแนวยาวแล้วทุบปลาให้ตัวช้ำ เพื่อที่เกลือจะเข้าเนื้อง่ายๆ แล้วจึงทาเกลือทั้งนอกและใน หมักไว้นาน 4 ชั่วโมง แล้วกลับตัวปลา หมักต่ออีก 4 ชั่วโมง จนเนื้อแข็ง แล้วค่อยหุงข้าวแล้วนำไปคลุกกับกระเทียมมาใส่ท้องปลา แล้วไปหมักวางสลับชั้นกับข้าวในไหต่ออีก 13 วัน

.

ในปัจจุบัน ปลาส้มบ้านลาวก็ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งอาหารชุมชนที่น่าสนใจ และยังคงได้รับการสืบทอดกันเรื่อยมาในครัวเรือน ก่อนหน้านี้ครอบครัวอิ่มบุปผาเคยนำออกมาทำขายอยู่ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่แน่ใจเลยว่ายังขายกันอยู่ไหม