แฟชั่นการแต่งกายตาม “สีมงคล”
อาจดูเป็นเทรนด์ยุคใหม่ที่หลายคนใช้เสริมดวงในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้ว ขนบธรรมเนียมนี้มีรากลึกในประวัติศาสตร์ไทยมาช้านาน ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
.
โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นสูงและชาววัง ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสีเสื้อผ้าอย่างพิถีพิถัน ตามหลัก “สวัสดิรักษา” ![]()
.
“สวัสดิรักษา” เป็นธรรมเนียมการแต่งกายที่ยึดตามสีประจำวันของพระเคราะห์ เทพยดาผู้ประจำวันทั้งเจ็ด ตามความเชื่อโบราณของไทย สีที่ใช้ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังมีนัยยะเชิงมงคลที่ช่วยเสริมพลังด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้สวมใส่
.
ธรรมเนียมนี้มีหลักฐานปรากฏในบทประพันธ์โบราณชื่อ“สวัสดิรักษาคำฉันท์”
ที่แต่งเป็นภาษาบาลี เพื่อเป็นคัมภีร์สอนให้รู้จักการใช้สีเสริมมงคลในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาเป็นภาษาที่เข้าใจยาก ทำให้ไม่แพร่หลาย จนกระทั่งสุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เรียบเรียงขึ้นใหม่เป็น “สวัสดิรักษาคำกลอน”
ในช่วงรัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2364-2367) ทำให้หลักการเลือกสีเสริมดวงแพร่หลายยิ่งขึ้น
.
การแต่งกายตามสีนี้ ยังมีปรากฏในสุภาษิตที่สุนทรภู่แต่งขึ้นเพื่อถวายสมเด็จเจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งทรงเป็นศิษย์ของสุนทรภู่ นอกจากจะเป็นเรื่องของมารยาทและศีลธรรม ยังรวมไปถึงหลักสุขอนามัย และธรรมเนียมการแต่งกายตามสีประจำวัน
.
สาวชาววังกับการแต่งกายตามสีประจำวัน
ธรรมเนียมการแต่งกายตามสีประจำวันได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชนชั้นสูงและชาววัง โดยเฉพาะหญิงสาวในรั้วในวัง ที่ต้องเลือกเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม ไม่เพียงแค่เลือกสีให้ตรงวัน เท่านั้น แต่ยังต้อง “มิกซ์ แอนด์ แมตช์” สีของเครื่องแต่งกายให้เข้ากันอย่างลงตัว
.
ตัวอย่างการแต่งกายของสาวชาววัง
นุ่งโจงกระเบนสีหนึ่ง
ห่มสไบอีกสีหนึ่ง
สวมเครื่องประดับที่ช่วยเสริมโชค
ทุกองค์ประกอบต้องผ่านการเลือกสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ทั้ง สง่างาม สวยงาม และถูกต้องตามหลักสวัสดิรักษา
.
สีมงคลในนวนิยายไทย ธรรมเนียมการแต่งกายตามสีนี้ยังถูกถ่ายทอดในวรรณกรรมชื่อดัง เช่น “สี่แผ่นดิน” ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่บรรยายถึงขนบธรรมเนียมของหญิงสาวในรั้วในวังได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่เรื่องมารยาทและการปฏิบัติตัว แต่ยังรวมถึงเรื่องการแต่งกายและค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับสีเสื้อผ้า
.
ในสมัยก่อน หากแต่งกายผิดสีผิดวัน อาจถูกมองว่าไม่รู้จักกาลเทศะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญของสังคมชนชั้นสูง
.
จากอดีตสู่ปัจจุบัน สีมงคลกับแฟชั่นยุคใหม่ แม้ทุกวันนี้ธรรมเนียมแต่งกายแบบสาวชาววังจะพบเห็นได้ยาก แต่แนวคิดเรื่อง “สีมงคล” ยังคงอยู่และถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับแฟชั่นยุคใหม่มากขึ้น
.
เราอาจไม่ได้ใส่สไบโจงกระเบนแบบโบราณ แต่ยังสามารถเลือกสีเสื้อผ้าให้เหมาะสมในแต่ละวัน เพื่อเสริมดวงในด้านต่าง ๆ เช่น
การเลือกสีชุดทำงาน
การเลือกสีเครื่องประดับ
การเลือกสีลิปสติก หรือกระเป๋าเสริมดวง
.
ไม่ว่าจะแต่งตัวตามสีแบบสาวชาววัง หรือเลือกสีตามความเชื่อแบบคนยุคใหม่ หลักการของ “สวัสดิรักษา” ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการแฟชั่นมาจนถึงปัจจุบัน










