“การเล่นเครื่องโต๊ะ” เมื่อศิลปะการบูชากลายเป็นประเพณี จากจีนสู่ราชสำนักไทย

ว่ากันว่า “การเล่นเครื่องโต๊ะ” 🏺 คือหนึ่งในศิลปะการตั้งโต๊ะบูชาแบบจีนที่ถูกนำเข้ามาในสยามแผ่นดิน และกลายเป็นประเพณีสุดอลังการที่ผสมผสานทั้งความเป็นจีนและไทยไว้อย่างกลมกลืนที่สุด!

.

หากจะพูดถึงชิ้นหลักในการตั้งเครื่องโต๊ะ ก็คงหนีไม่พ้น “แปดเซียน” ♾️ แห่งวงการบูชา นั่นคือ ลับแล ขวดใหญ่ปักดอกไม้ใน 💐 กระถางใน กระบอกปักธูป กระถางหน้า ขวดปักดอกไม้หน้า ชามลูกไม้หน้า และเชิงเทียนหนึ่งคู่ 🕯️

.

ย้อนกลับไปในสมัย รัชกาลที่ 2 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสร้างสวนขวาในพระบรมมหาราชวัง ราชทูตไทยที่เดินทางกลับจากจีนได้อัญเชิญศิลปะการตกแต่งแบบจีน พร้อมเครื่องลายครามสุดตระการตามาด้วย พอเริ่มมีการตกแต่งตำหนักในสวนขวา เครื่องโต๊ะก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่วิถีชีวิตของเจ้านายและขุนนางไทย 🇹🇭🤴🏻

.

นอกจากความงดงามแล้ว การเล่นเครื่องโต๊ะยังกลายเป็นการแสดงฐานะและรสนิยม เพราะบ้านใดที่ตั้งโต๊ะได้อย่างวิจิตรบรรจง ย่อมถูกยกย่องในวงสังคม จนถึงกับมีการจัด “ประกวดเครื่องโต๊ะ” 🏆 กันในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะในงานฉลองพระอารามหรือพิธีสำคัญ

.

การตั้งเครื่องโต๊ะบูชาในแบบดั้งเดิมของจีนเรียกว่า “โหส่าย” ประกอบด้วย 5 สิ่งสำคัญ ได้แก่ กระถางธูป เชิงเทียน 🕎 แจกัน 🏺 ลับแล และกระถางกำยาน แต่ในสยาม ความสร้างสรรค์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น! มีการเพิ่มชิ้นใหม่ ๆ เข้ามา เช่น ชามลูกไม้ กระบอกปักธูป และขวดดอกไม้ จนเกิดเป็นความอลังการแบบ 8 ชิ้นสุดเลอค่า

.

ไม่เพียงแค่นั้น ผู้เล่นเครื่องโต๊ะยังใส่ใจการเลือกสรร เครื่องลายคราม และของตกแต่งที่มีความหมายเป็นมงคล ทุกบ้านจึงกลายเป็นเวทีประชันศิลปะประดับโต๊ะกันไปโดยปริยาย 🏅

.

เมื่อ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (พุก) ค้าขายเครื่องลายครามจีนในสยาม เขาได้สร้างกระแสใหม่ด้วยการผลิต “โต๊ะกิมตึ๋ง” หรือชุดเครื่องโต๊ะสำเร็จรูปจากจีน 🇨🇳 แม้จะทำให้เครื่องโต๊ะหาซื้อได้ง่าย แต่กลับทำให้เสน่ห์ของการเล่นเครื่องโต๊ะลดลง เพราะไม่มีความยากลำบากในการแสวงหาของเข้าชุด

.

กระนั้น ในสมัย รัชกาลที่ 5 การเล่นเครื่องโต๊ะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เมื่อพระองค์ทรงรวบรวมเครื่องลายผักกาดจากยุครัชกาลที่ 2 มาจัดเข้าชุดอย่างงดงาม อีกทั้งในงานพระเมรุของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ยังมีการประกวดเครื่องโต๊ะครั้งใหญ่ที่สุดจนกลายเป็นตำนาน

.

แม้ในปัจจุบัน การเล่นเครื่องโต๊ะอาจไม่แพร่หลายในชีวิตประจำวัน แต่ความงดงามและประวัติศาสตร์ของมันยังคงสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ และความประณีตของชาวสยามที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการรังสรรค์ความงาม

.

นี่แหละ! เครื่องโต๊ะสยาม ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบูชา แต่ยังเป็นมรดกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ✨