“เอเดลไวส์ (Edelweiss)” พราวพร่างกลางดวงใจ

“เอเดลไวส์ (Edelweiss)” พราวพร่างกลางดวงใจ 🌼💓 การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ สุดงดงามแห่งปี ค่ำคืนแห่งความปลาบปลื้มและความประทับใจได้ถูกบรรเลงขึ้นอย่างงดงาม ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง 🎭

.

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ “Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

.

การแสดงครั้งพิเศษนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของศิลปิน นักร้อง นักแสดง และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากหลากหลายวงการ ที่พร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ

.

แรงบันดาลใจสำคัญของการแสดงมาจากดอก “เอเดลไวส์” (Edelweiss) พรรณไม้สีขาวนวลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงโปรดและทรงสนพระราชหฤทัย โดยทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้มูลนิธิโครงการหลวงศึกษาวิจัยและทดลองปลูก จนสามารถขยายพันธุ์และปลูกได้สำเร็จในประเทศไทย ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

.

เอเดลไวส์ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งดอกไม้เทือกเขาแอลป์” และเป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ ความมั่นคง และความงามอันบริสุทธิ์ แม้ถูกเด็ดจากต้นแล้วก็ยังคงรูปทรงงดงามไม่ร่วงโรย เปรียบเสมือนความรัก ความเสียสละ และความผูกพันที่ยั่งยืน จึงถูกนำมาเป็นแนวคิดหลักในการร้อยเรียงเรื่องราวผ่านการแสดงทั้ง 5 องก์

.

✨ องก์ที่ 1 “บทเพลงเริงสราญ”

เปิดม่านด้วยบทเพลงจากละครเพลงบรอดเวย์ระดับโลก ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรัก ความหวัง และความงดงามของชีวิต ผ่านเสียงร้องของศิลปินชั้นนำ พร้อมการบรรเลงโดยวงเฉลิมราชย์ ภายใต้การควบคุมวงของ วิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติและการขับร้องของ ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมศิลปินรับเชิญอีกมากมาย

.

✨ องก์ที่ 2 “ขับขานความทรงจำ”

พาผู้ชมย้อนสู่บทเพลงจากละคร ภาพยนตร์ และเพลงร่วมสมัยที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย สะท้อนเรื่องราวความรัก ความเสียสละ และความผูกพันของผู้คนในสังคมไทย ผ่านการแสดงของศิลปินแห่งชาติและนักร้องชื่อดังหลากหลายรุ่น

.

✨ องก์ที่ 3 “เลิศล้ำปรีชาญาณ”

นำศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ทั้งหนังตะลุงและโนราห์ มาถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทั้งด้านการบิน การทหาร กีฬา ศิลปวัฒนธรรม และงานเพื่อสังคม ผ่านการแสดงสร้างสรรค์ที่ผสานความร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างน่าประทับใจ

.

✨ องก์ที่ 4 “สืบสานพัสตราภรณ์ไทย”

ถ่ายทอดพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทย ผ่านนาฏศิลป์ร่วมสมัยที่พาผู้ชมเดินทางตั้งแต่ต้นทางของเส้นใย สู่ผืนผ้าไทยอันวิจิตรตระการตา สะท้อนคุณค่าแห่งภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์ไทย

.

✨ องก์ที่ 5 “Edelweiss รักแท้แด่ปวงชน”

ปิดท้ายด้วยบทเพลงแห่งความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถ่ายทอดโดยคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย Thai Youth Choir (TYC) และเหล่าศิลปินผู้ร่วมแสดง พร้อมบทเพลง “ยิ่งนานก็ยิ่งรัก” ที่สร้างความซาบซึ้งแก่ผู้ชมทั้งโรงมหรสพ

.

การแสดง “Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ” ไม่เพียงเป็นการรวมพลังของศิลปินไทยจากหลากหลายแขนง แต่ยังเป็นบทบันทึกแห่งความจงรักภักดีที่ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง นาฏศิลป์ และศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง