หินสามวาฬ ครอบครัวหินยักษ์ที่แหวกว่ายเหนือภูสิงห์

หากพูดถึงแลนด์มาร์กของจังหวัดบึงกาฬ ชื่อของ “หินสามวาฬ” ก็อาจจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่คนนึกถึง ซึ่งกลุ่มหินทรายขนาดมหึมาอายุกว่า 75 ล้านปีนี้ นับเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ต้องใช้เวลานับล้านปีกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างสรรค์มันออกมาได้

.

ชื่อของหินสามวาฬนี้ ก็มีที่มาจากก้อนหินขนาดใหญ่ทั้ง 3 ก้อนที่เรียงตัวติดหน้าผา มีขนาดใหญ่เล็กต่างกัน ดูไกล ๆ คล้ายกับวาฬสามตัว จึงเป็นที่มาของชื่อสามวาฬ ซึ่งมีทั้งวาฬพ่อ วาฬแม่ และวาฬลูก แหวกว่ายอยู่เหนือผืนป่าภูสิงห์แห่งนี้นั่นเอง

.

จากหลักฐานทางธรณีวิทยา ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าในอดีตอันไกลโพ้นพื้นที่แห่งนี้คงจะเต็มไปด้วยทรายไม่ต่างจากทะเลทราย ก่อนที่จะใช้เวลาเป็นล้านปีที่เม็ดทรายแต่ละเม็ดจะอัดแน่นจนกลายเป็นชั้นหิน และผ่านการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทั้งการยกตัวของเปลือกโลก ไปจนถึงการกัดเซาะจนกลายเป็นหินโค้งมนหน้าตาคล้ายวาฬขึ้นมา

.

ที่หินสามวาฬนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุด ถ้ามาตอนเช้า ๆ จะสามารถเห็นทะเลหมอกบาง ๆ ได้ด้วย และในวันที่ท้องฟ้าแจ่ม ก็อาจจะมองเห็นทิวทัศน์ไกลสุดสายตาข้ามไปยังฝั่งลาวได้ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถของเจ้าหน้าที่และเดินเท้าขึ้นไปยังหินสามวาฬได้ แต่จะสามารถขึ้นได้แค่วาฬพ่อกับวาฬแม่เท่านั้น ขึ้นวาฬลูกไม่ได้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ควรแวะมาชม