“กรามช้าง” เครื่องหีบกะทิโบราณของคนใต้ ที่ใช้แรงคานแทนแรงคน

สมัยก่อนคนใต้มีอุปกรณ์ชาญฉลาดที่ช่วยผ่อนแรงคั้นกะทิได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ “กรามช้าง” เครื่องหีบมะพร้าวและอ้อยโบราณ ที่อาศัยหลักการคานงัดง่าย ๆ แต่สามารถคั้นหัวกะทิได้เข้มข้น หอมมัน จนเป็นของคู่ครัวเรือนและวัดมาหลายชั่วอายุคน

.

กรามช้าง ถูกใช้เมื่อต้องเตรียมน้ำกะทิหรือน้ำอ้อยในปริมาณมาก ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ หรือการทำขนมและอาหารขาย จึงนับเป็นเครื่องมือสำคัญของวิถีชีวิตชาวภาคใต้ในอดีต

.

กรามช้างมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

– แบบแกะจากไม้ทั้งท่อน ต้องผูกติดกับต้นไม้หรือเสาโรงเรือนก่อนใช้งาน

– แบบไม้แปรรูป มีขาตั้ง สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในหลายพื้นที่

หัวใจสำคัญของกรามช้าง คือ ตัวกราม ซึ่งทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ขนุนหรือไม้ลางสาด ประกอบด้วยไม้สองแผ่นวางตั้งฉากกัน ด้านหน้ามีแป้นไม้กลมสำหรับรองรับ “สบ” (จง) หรือภาชนะสานจากหวายที่ใช้บรรจุเนื้อมะพร้าวขูด ส่วนด้านบนมี ไม้หนีบ ซึ่งทำหน้าที่กดอัดเนื้อมะพร้าวให้คายน้ำกะทิออกมา

.

ก่อนใช้งานจะต้องนำเนื้อมะพร้าวที่ขูดแล้วใส่ลงในสบจนเต็ม วางบนแป้นไม้ แล้วสอดไม้หนีบเข้ากับตัวกราม จากนั้นค่อย ๆ กดไม้หนีบลงพร้อมทิ้งน้ำหนักตัว บางครั้งถึงกับนั่งทับ เพื่อเพิ่มแรงกดให้น้ำกะทิไหลออกมา น้ำกะทิที่ได้จากการหีบครั้งแรกคือ หัวกะทิ ที่มีความเข้มข้น หอมมันเป็นพิเศษ

.

เมื่อหีบหัวกะทิเสร็จแล้ว หากต้องการหางกะทิ ก็เพียงนำกากมะพร้าวออกมาเติมน้ำสะอาด คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนนำกลับไปหีบซ้ำอีกประมาณ 2 ครั้ง ก็จะได้น้ำกะทิสำหรับใช้ประกอบอาหารได้อย่างคุ้มค่า

.

ชาวใต้เชื่อกันว่า หัวกะทิที่หีบด้วยกรามช้าง ให้รสชาติหอม มัน และกลมกล่อมกว่ากะทิสำเร็จรูป เพราะเป็นการคั้นสดจากเนื้อมะพร้าวโดยไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปใด ๆ