“Ars longa, vita brevis” ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น
.
สุภาษิตภาษาละติน พร้อมลงท้ายด้วยลายเซ็นสีเขียว “Silpa Bhirasri” แปะติดเอาไว้บนประตูกระจกของ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป พีระศรี อนุสรณ์” หากย้อนกลับไปช่วงก่อนการปิดปรับปรุง ในตอนเช้าวันที่ 15 กันยายนของทุกปี อดีตห้องทำงานแห่งนี้จะมีผอบอัฐิของอาจารย์ฝรั่ง “ศิลป พีระศรี” (สะกดตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา) ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานให้เด็กศิลปากรทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้แวะเวียนเข้ามาทักทาย
.
ที่อนุสาวรีย์ไม่ไกลจากห้องทำงานนี้ก็เต็มไปด้วยดอกกุหลาบที่ใครหลายคนซื้อมาวางไว้ ก่อนที่ในตอนกลางคืน แสงเทียนนับร้อยจะถูกจุดขึ้นพร้อมกับเสียงขับร้องเพลง Santa Lucia ระงมไปทั่วทั้งลาน นี่คือบรรยากาศของ “วันศิลป์ พีระศรี” งานวันเกิดของอาจารย์ฝรั่งที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงชายผู้เป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย
.
❖ คอร์ราโด เฟโรชี
เรื่องราวของอาจารย์ศิลป์ หรือคอร์ราโด เฟโรชี (หรือเฟโรจี) เกิดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน ปี 1892 ที่เมืองหลวงแห่งศิลปะอย่างนครฟลอเรนซ์ คอร์ราโดเกิดมาในครอบครัวตระกูลพ่อค้าและครอบครัวอยากจะให้สานต่อกิจการจึงไม่สนับสนุนการเรียนศิลปะ คอร์ราโดจึงต้องเก็บหอมรอมริบจนสามารถเข้าเรียนในสถาบันศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ได้สำเร็จ
.
เด็กชายคอร์ราโด ใช้เวลากว่า 7 ปี จนสำเร็จการศึกษาได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในวัย 23 ปี พร้อมกับสอบได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประติมากรรมในปีเดียวกัน คอร์ราโดได้เข้าร่วมประกวดในโครงการต่าง ๆ มากมาย
.
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางการสยามมีความประสงค์ที่จะจ้างประติมากรชาวอิตาลีเข้ามา เพื่อทำอนุสาวรีย์และถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ช่างไทย ชื่อของคอร์ราโดจึงถูกนำเสนอเข้ามา และสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ก็ทรงตัดสินใจที่จะเลือกประติมากรไฟแรงผู้นี้เข้ามา
.
คอร์ราโดเดินทางมาถึงสยามในปี 2466 เข้ารับราชการเป็นช่างปั้นในกรมศิลปากร แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นแบบให้ปั้นได้ผลงานเป็นที่พอพระทัย จึงเป็นประตูโอกาสเล็ก ๆ ที่ให้คอร์ราโดได้ถวายงานปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นมา
.
❖ ฝรั่งผู้ปั้นสยาม
คอร์ราโดเริ่มเป็นที่ไว้วางใจในราชสำนัก กระทั่งเมื่อเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คอร์ราโดก็ได้งานอนุสาวรีย์ชิ้นสำคัญอย่าง “พระปฐมบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” ที่เชิงสะพานพุทธ
.
หลังช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง งานของคอร์ราโดก็เริ่มเยอะขึ้นเป็นพิเศษเนื่องจากอนุสาวรีย์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าวที่ใช้ในการเชิดชูค่านิยมประชาธิปไตย ตลอดจนใช้ในการสร้างสำนึกความเป็นชาติผ่านงานประติมากรรมด้วย
.
ผลงานของคอร์ราโดเป็นที่ชื่นชมของรัฐบาลมาก เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้คอร์ราโดต้องถูกกองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์ไปเป็นเชลย จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อและมอบสัญชาติให้เป็นไทย กลายเป็นที่มาของชื่อ “ศิลป พีระศรี” หรือที่ในปัจจุบันเราเขียนว่า ศิลป์ พีระศรี
.
❖ มากกว่า “ปั้นประติมากรรม” แต่เป็นการ “ปั้นคน”
.
งานปั้นที่เป็นที่จดจำของอาจารย์ศิลป์ไม่ได้มีเพียงแค่การปั้นประติมากรรม แต่ยังมีเรื่องของการปั้นคนหรือปั้นบุคลากรด้วย ฝีมือของอาจารย์ฝรั่งเป็นที่รู้จักไปทั่วจนนักเรียนจากเพาะช่างเดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์ ซึ่งอาจารย์ก็ยินดีสอน จึงเกิดการบอกต่อกันเรื่อย ๆ จนเกิดการตั้ง “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” ขึ้นมา และเมื่อจอมพลป. พิบูลสงครามเห็นว่ากิจการของโรงเรียนแห่งนี้น่าสนับสนุน จึงอยากที่จะยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย จึงเกิดเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในเวลาต่อมา
.
การสอนศิลปะของอาจารย์ศิลป์ เล่ากันว่ามันเป็นมากกว่าแค่การเรียนวาดเขียนหรือปั้นรูปอย่างเดียว แต่ยังสอนเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะกับเรื่องของมนุษย์และการใช้ชีวิตดังที่ปรากฏออกมาเป็นคำสอนของอาจารย์ศิลป์มากมายที่กลายเป็นประโยคหรือวลีอมตะในแวดวงศิลปะเรื่อยมา
.
พิษเศรษฐกิจหลังสงครามมีผลกระทบต่อชีวิตของอาจารย์ศิลป์มาก และเมื่ออยู่ในจุดที่ยากลำบากถึงขีดสุด อาจารย์ศิลป์จึงตัดสินใจที่เดินทางกลับอิตาลี แต่ด้วยความผูกพัน ทำให้อาจารย์ศิลป์จากครอบครัว เดินทางกลับมาสอนหนังสือต่อ และผลักดันวงการศิลปะของไทยให้รุดหน้าขึ้นไปอีก
.
❖ มรดกของอาจารย์ฝรั่งที่ส่งมาถึงปัจจุบัน
.
อาจารย์ศิลป์ยังคงทำงานในแวดวงศิลปะและการศึกษาเรื่อยมาอย่างยาวนาน กระทั่งล้มป่วยด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และถึงแก่อนิจกรรมหลังการผ่าตัดในปี 2505 สิริอายุได้ 69 ปี อัฐิของอาจารย์ศิลป์ส่วนหนึ่งเดินทางกลับไปยังเมืองฟลอเรนซ์ ขณะที่อีกส่วนยังคงอยู่ในประเทศไทย ทั้งในอนุสาวรีย์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ซึ่งเดิมก็คือห้องทำงานเดิมของอาจารย์
.
งานที่อาจารย์ศิลป์หลงเหลือเอาไว้ในสังคมไทยนับว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากเท่าที่ฝรั่งคนหนึ่งจะทำให้กับประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตน จึงไม่แปลกใจนักว่าทำไมชื่อของศิลป์ พีระศรีจะเป็นชื่อฝรั่งในสยามที่เป็นที่รู้จักมากอีกคนหนึ่ง และยังคงเป็นที่ระลึกถึงในแวดวงศิลปะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank

