แถบ นีละนิธิ ฉากชีวิตของปรมาจารย์แห่งวิชาเคมีไทย

ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา นับว่า 3 ศาสตร์ย่อยที่แตกแขนงมาจากวิชาวิทยาศาสตร์ที่ใครหลายคนอาจเคยได้ร่ำเรียนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม มันดูเป็นวิชาที่แสนธรรมดา แต่ถ้าเราย้อนไปสักเกือบ 100 ปีก่อน วิชาเคมีก็นับว่าเป็นวิชาใหม่ที่น้อยคนนักจะคุ้นชิน

.

แต่ทั้งนี้ การที่วิชาเคมีแบบสมัยใหม่ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษานั้น ก็เกิดจากการวางรากฐานของชายคนหนึ่งนาม “แถบ นีละนิธิ”

.

❖ แถบ นีละนิธิ

.

ศ.ดร.แถบ เกิดมาในครอบครัวของพระราชสุภาวดี (สิน นีละนิธิ) และนางนวล ราชสุภาวดี ศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสุทัศน์ ก่อนเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ด้วยความสามารถทางวิชาการอันโดดเด่น เมื่ออายุเพียง 17 ปี ท่านสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ นับเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้รับทุนประเภทนี้เพื่อศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ

.

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ก็ได้เข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ก่อนที่จะได้รับทุนร็อกกีเฟลเลอร์ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา จนเป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในด้านเคมีโดยเฉพาะ

.

❖ วิชาการเคมีในไทย

.

ครั้นเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ศ.ดร. แถบ ก็เข้ารับราชการสอนวิชาเคมีอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนับว่าเป็นด็อกเตอร์คนแรกของไทยที่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย พร้อมกับวางรากฐานวิชาเคมีขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

.

การเรียนการสอนวิชาเคมีในระดับอุดมศึกษานั้น แต่เดิมสอนเป็นเพียงแผนกวิชาย่อย ๆ ในภาพใหญ่ของวิชาวิทยาศาสตร์ และในระยะแรกสอนโดยครูชาวต่างชาติเป็นหลักก่อน และมีครูชาวไทยแวะเวียนเข้ามาสอนบ้างประปราย ซึ่งการเข้ามาของ ศ.ดร. แถบ ก็ได้ทำการวางรากฐานในการเรียนสาขาเคมีขึ้นมา ร่างแผนพัฒนาหลักสูตรจนได้รับอนุมัติเป็นหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมีในปี 2477 ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาวิชาเคมีสมัยใหม่ของประเทศไทย

.

ตลอดชีวิตราชการ ศ.ดร. แถบ ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เริ่มจากหัวหน้าภาควิชาเคมี ก่อนจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นศาสตราจารย์ในปี พ.ศ. 2492 และดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ในปีถัดมา และเมื่อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อตั้งบัณฑิตวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2506 ท่านก็ได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยคนแรก ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

.

นอกจากนี้ ศ.ดร.แถบ ยังริเริ่มจัดตั้งหน่วยคอมพิวเตอร์ ตลอดจนภาควิชาธรณีวิทยา และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการบุกเบิกวิชาวิทยาศาสตร์ในแขนงอื่น ๆ เพิ่มเติมในไทยด้วย

.

แม้เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2510 แต่ความสามารถของท่านยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง กระทั่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นนักวิชาการคนแรกที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนี้ ในยุคที่ตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักเป็นของข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองด้วย

.

❖ มรดกของชายผู้วางรากฐานวิชาเคมี

.

แม้จะเป็นนักวิชาการผู้เคร่งขรึม แต่ลูกศิษย์จำนวนมากต่างจดจำบุคลิกของอาจารย์ได้เป็นอย่างดี จากคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดหลายคนเล่าว่าท่านเป็นคนพูดน้อย จริงจัง และมีระเบียบวินัยสูง จนทั้งนิสิตและอาจารย์ต่างให้ความเกรงใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สนทนาด้วยจะสัมผัสได้ถึงความเมตตาและความปรารถนาดีที่มีต่อลูกศิษย์

.

ศ.ดร.แถบ นีละนิธิ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2523 สิริอายุ 73 ปี อย่างไรก็ตาม คุณูปการของท่านยังคงได้รับการสืบสานผ่านมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ขณะที่ท่านยังมีชีวิต เพื่อมอบทุนการศึกษาและรางวัลด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและนักวิจัยไทย พร้อมทั้งจัดงานรำลึกและมอบรางวัลด้านวิทยาศาสตร์เป็นประจำทุกปี

.

ตลอดชีวิต ศ.ดร.แถบ ยึดมั่นว่าการพัฒนาประเทศต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ดังที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 ว่า “ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง จะเป็นมาตรการอันหนึ่งในการวัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศนั้น”

.

แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ ชื่อของ “แถบ นีละนิธิ” ยังคงได้รับการจารึกในฐานะปรมาจารย์เคมีของไทย ผู้สร้างรากฐานการศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผลิตนักวิทยาศาสตร์รุ่นแล้วรุ่นเล่า และเป็นผู้พิสูจน์ว่าการลงทุนกับความรู้คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

.

เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank