“แมวขูดมะพร้าว” ภูมิปัญญาครัวล้านนา ทำไมภาคเหนือไม่เรียกกระต่าย ?

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ขูดมะพร้าว หลายคนคงคุ้นกับชื่อ “กระต่ายขูดมะพร้าว” แต่ถ้าลองขึ้นไปภาคเหนือ คุณอาจได้ยินอีกชื่อที่ฟังแล้วต้องสะดุดหู นั่นคือ “แมวขูดมะพร้าว” หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า “งอง” ทั้งที่ใช้งานเหมือนกัน แต่ทำไมภาคเหนือถึงเรียกว่า “แมว” แทนที่จะเป็น “กระต่าย”

.

คำตอบอยู่ที่รูปลักษณ์และจินตนาการของช่างพื้นบ้าน เพราะคนล้านนานิยมทำส่วนที่นั่งของอุปกรณ์ให้เป็น รูปแมว หรือบางความเชื่อก็มองว่า เหล็กสำหรับขูดเนื้อมะพร้าวมีลักษณะคล้ายเล็บแมว จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “แมวขูดมะพร้าว” ที่สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้

.

ขณะที่ภาคกลางเรียกว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” เพราะเชื่อว่าส่วนเหล็กขูดมีลักษณะคล้ายฟันกระต่าย หรือบางแบบก็ออกแบบที่นั่งเป็นรูปกระต่าย ส่วนภาคใต้จะเรียกง่าย ๆ ว่า “เหล็กขูด” หรือ “แหล็กขูด” และมักแกะสลักเป็นรูปสิงห์ สัตว์ต่าง ๆ หรือรูปคนตามเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น

.

แมวขูดมะพร้าว ใช้งานไม่ต่างจากอุปกรณ์ขูดมะพร้าวทั่วไป ผู้ใช้จะนั่งคร่อมบนที่นั่ง จัดถาดหรือภาชนะไว้รองด้านล่าง แล้วใช้มะพร้าวแห้งผ่าครึ่งค่อย ๆ ขูดกับฟันเหล็กจนได้เนื้อมะพร้าวละเอียด พร้อมนำไปคั้นกะทิหรือประกอบอาหาร โดยทั้งผู้หญิง ผู้ชาย หรือแม้แต่เด็กก็สามารถใช้งานได้ แต่ต้องระมัดระวังฟันเหล็กที่มีความคมเป็นพิเศษ

.

สำหรับชาวล้านนา มะพร้าวเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารและขนมพื้นเมืองหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอย ขนมจีนน้ำลอ ขนมต้มกะทิ ขนมจ็อก ขนมลิ้นหมา ขนมแตงลาย และขนมกนน้ำอ้อย ล้วนต้องอาศัยเนื้อมะพร้าวหรือกะทิเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้แมวขูดมะพร้าวเคยเป็นอุปกรณ์คู่ครัวแทบทุกบ้าน

.

นอกจากประโยชน์ในการใช้งานแล้ว แมวขูดมะพร้าวยังสะท้อนฝีมือของช่างพื้นบ้านได้อย่างน่าทึ่ง เพราะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องครัวธรรมดา แต่ยังมีการแกะสลัก ตกแต่ง และออกแบบส่วนที่นั่งให้เป็นรูปสัตว์อย่างสวยงาม จนกลายเป็นงานหัตถกรรมที่ผสานทั้งประโยชน์ใช้สอยและความงามไว้ในชิ้นเดียว