“ผ้าขาวม้าไทย”บุก The Odyssey ดังไกลถึงฮอลลีวูด!

“ผ้าขาวม้า” ผ้าผืนธรรมดาที่อยู่คู่คนไทยมานาน กำลังกลายเป็นไวรัล เมื่อ “นนกุล ชานน” นำไปเป็นของฝากให้ “Matt Damon” และ “Tom Holland” ระหว่างสัมภาษณ์ภาพยนตร์ The Odyssey ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ “Christopher Nolan”

.

โมเมนต์ที่แฟน ๆ พูดถึงคือ นนกุลพยายามอธิบายคำว่า “ผ้าขาวม้า” เป็นภาษาอังกฤษ แต่ด้วยความตื่นเต้นจึงแปลสด ๆ ว่า “ผ้า = Cloth” และ “ม้า = White Horse” ก่อนสาธิตการพันรอบเอว จนกลายเป็นคลิปสุดน่าเอ็นดูที่ถูกแชร์ไปทั่วโซเชียล

.

แต่รู้หรือไม่ว่า…ผ้าขาวม้ามีประวัติยาวนานกว่าพันปี!! คำว่า “ขาวม้า” เชื่อว่ามาจากคำภาษาเปอร์เซีย “กามาร์บันด์” (Kamar Band) ซึ่ง “กามาร์” หมายถึง เอวหรือท่อนล่างของร่างกาย และ “บันด์” หมายถึง การพัน รัด หรือคาด รวมกันแล้วก็คือ “ผ้าคาดเอว” ซึ่งเป็นรากศัพท์เดียวกับคำว่า Cummerbund ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกผ้าคาดเอวในชุดทักซิโด้

.

ผ้าขาวม้าเข้ามาในไทยตั้งแต่ราว พุทธศตวรรษที่ 11–12 หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ต่อมาในสมัยอยุธยา ภาพจากคัมภีร์ไตรภูมิ ก็ยืนยันว่าผ้าขาวม้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายทั่วไป ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย ใช้สารพัดประโยชน์ ทั้งคาดเอว พาดบ่า โพกศีรษะ นุ่งอาบน้ำ ห่อของ ผูกเปลเด็ก หรือใช้ในงานพิธีต่าง ๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผ้าอเนกประสงค์” ของคนไทย

.

แต่ละภูมิภาคยังมีชื่อเรียกและลวดลายเฉพาะตัว เช่น ภาคเหนือเรียก ผ้าหัว ภาคอีสานเรียก ผ้าอีโป้ ส่วนภาคใต้เรียก ผ้าชุบ สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นผ่านสีสันและเทคนิคการทอ แต่ละพื้นที่ยังมีลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทอที่แตกต่างกัน เช่น ผ้าขาวม้าพระนครศรีอยุธยา สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม น่าน ชัยนาท และกาญจนบุรี ซึ่งต่างสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านทุกเส้นด้าย

.

ปัจจุบัน ผ้าขาวม้าถูกต่อยอดสู่แฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ของไทย และอยู่ระหว่างการเสนอขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) ต่อองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อ “ผ้าขาวม้า : ผ้าอเนกประสงค์ในวิถีชีวิตไทย”

.

จากผ้าพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคย วันนี้ “ผ้าขาวม้า” ได้ก้าวไกลสู่เวทีโลก และพิสูจน์ให้เห็นว่า ผ้าผืนเล็ก ๆ จากไทยก็สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ของฝากชิ้นใดในโลก