“โคมตรา” แสงศรัทธาแห่งวันวิสาขบูชา

รู้หรือไม่ว่า ในราชสำนักไทยมีราชประเพณีอันงดงามที่เกี่ยวข้องกับวันวิสาขบูชา นั่นคือ “โคมตรา วิสาขปุรณมีบูชา” หรือการถวายโคมตราเป็นพุทธบูชา

.

คืนวันเพ็ญเดือน 6 ในอดีต ไม่ได้มีเพียงเสียงสวดมนต์และแสงเทียนจากการเวียนเทียนเท่านั้น แต่ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จะเต็มไปด้วย “โคมตรา” นับร้อยนับพันดวง

ที่แขวนเรียงรายส่องแสงงดงามไปทั่วพระระเบียง ราวกับดวงดาวบนพื้นดิน

.

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีวันวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้ประดับพระอุโบสถ ศาลา และระเบียงวัดด้วยโคม เทียน และดอกไม้สดอย่างงดงาม เพื่อให้ประชาชนร่วมกันทำบุญและถวายเป็นพุทธบูชา

.

แต่ราชประเพณีที่โดดเด่นที่สุด เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้จัด “โคมตรา” ขึ้นรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทำโคมประดับ “ตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง” มาถวายเป็นพุทธบูชา

.

คำว่า “โคมตรา” จึงหมายถึง “โคมไฟ” ที่ประดับด้วย “ตราสัญลักษณ์” ของหน่วยงานหรือบุคคล เช่น ราชสีห์ คชสีห์ หรือลวดลายประจำตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของตราสัญลักษณ์ราชการในปัจจุบัน

.

นอกจากความงดงามแล้ว โคมไฟยังมีความหมายเชิงธรรมะ เพราะแสงสว่างเปรียบเสมือนปัญญา ที่ช่วยขจัดความมืดแห่งความไม่รู้ จึงถือเป็นการถวายแสงแห่งศรัทธาแด่พระพุทธเจ้า ที่น่าสนใจคือ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังมีการ “ประกวดโคมตรา” และพระราชทานรางวัลให้ผู้จัดทำ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความงดงามของงานศิลป์ไทยอีกด้วย ส่วนฝ่ายในของราชสำนัก ก็ร่วมกันร้อยดอกไม้ทำโคมแขวนอย่างวิจิตร จนกลายเป็นภาพงดงามของพระราชพิธีในยุคนั้น

.

ประเพณีถวายโคมตรานี้ยังคงสืบทอดต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ก่อนที่ต่อมาสำนักพระราชวังจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถนำโคมประทีปมาถวาย ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อร่วมพระราชกุศลได้เช่นกัน