วิสาขปุรณมีบูชา : ยาม “วัดพระแก้ว” แพร้วพรายด้วยแสงโคม

“วัดพระแก้ว” งามที่สุดวันไหน? หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่างามทุกวัน ซึ่งก็จริงในเรื่องของงานช่างศิลปกรรมที่ได้สร้างสรรค์วัดแห่งนี้มาเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน วัดพระแก้ว ก็ยังงามได้กว่านั้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคืนวันวิสาขบูชา ที่วัดในวังแห่งนี้จะมีแสงส่องแพรวพรายไปด้วยแสงโคมยามค่ำคืน

.

การถวายโคมตราเนื่องในวันวิสาขบูชาที่วัดพระแก้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมพิธีกรรมของชาววังในราชสำนักสยามที่มีมาอย่างยาวนานในกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีการรื้อฟื้นพระราชพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 2 กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ได้มีการบันทึกถึงรายละเอียดเอาไว้อย่างชัดเจนดังที่ปรากฏในลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 7 : หมายรับสั่ง แลบาญชีโคมตรา ในการพระราชพิธีวิสาขบูชา รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการจัดแข่งขันเพื่อชักชวนให้หน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมทำโคมแข่งกันด้วย

.

โคมตรา “โคม” หมายถึง โคมไฟ ส่วน“ตรา” หมายถึง เครื่องหมายลวดลายประดับ สำหรับเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลหรือองค์กร โดยโคมในอดีตมักออกแบบให้มีตราสัญลักษณ์ประจำหน่วยงานเป็นองค์ประกอบ จึงเรียกกันว่า “โคมตรา”

.

แม้ว่าในปัจจุบันนี้ โคมตราที่เราจะได้เห็นในวัดพระแก้วจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ต่างไปจากในอดีตจนกลายมาเป็นเครื่องแขวนดอกไม้ที่มีโคมไฟประดับ แต่ทั้งนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของโคมที่วิจิตรแตกต่างกันไปคนละแบบ

.

สำหรับผู้ที่ต้องการจะมาดูโคมตราตอนกลางคืน จำเป็นต้องมาในช่วงหลังจากที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีวิสาขบูชาแล้วเสด็จกลับไปแล้วเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปในวัดได้ระหว่างช่วงพระราชพิธี โดยหลังจากที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าไปเวียนเทียนในวัดพระแก้วเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะปิด ซึ่งในช่วงหลังโควิดมานี้มีคนเข้าไปชมโคมตราเยอะมากกว่าเมื่อก่อนมาก ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้คนที่มีต่อพระราชพิธีนี้มากขึ้นตามไปด้วย