“เขื่อนภูมิพล” มหาโครงการอเนกประสงค์แห่งแรกของไทย

วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “เขื่อนภูมิพล” อย่างเป็นทางการ หลังจากโครงการก่อสร้างขนาดมหึมาบนลำน้ำปิงที่ใช้เวลาดำเนินงานต่อเนื่องหลายปี

เขื่อนภูมิพล หรือที่เคยเรียกว่าเขื่อนยันฮี เป็นเขื่อนคอนกรีตแห่งเดียวในไทยที่ทำขึ้นเป็นทรงโค้ง เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เรียกว่าหุบเขาย่านรีหรือยันฮี ในอำเภอสามเงา จังหวัดตาก อันเป็นที่มาของชื่อในตอนแรก ก่อนที่จะได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยเป็นเขื่อนภูมิพลในภายหลัง

โครงการของเขื่อนแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการที่หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เคยไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา แล้วเล็งเห็นว่าสามารถที่จะสร้างเขื่อนบนแม่น้ำปิงได้ จึงนำเสนอแนวคิดต่อจอมพลป. พิบูลสงคราม ทำให้เกิดการสำรวจพื้นที่และอนุมัติโครงการในท้ายที่สุด โดยได้กู้เงินทุนจากธนาคารโลกมาใช้ในการก่อสร้าง มีการว่าจ้างผู้รับเหมาพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาเป็นที่ปรึกษาโครงการ

ในระยะแรก โรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 70,000 กิโลวัตต์ และเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ในวันที่ 17 พฤษภาคม และ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ตามลำดับ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ของประเทศไทยด้วย

เขื่อนภูมิพลได้สร้างประโยชน์ต่อประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับด้านของพลังงาน โดยจากข้อมูลหลังจากที่เขื่อนภูมิพลได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2507 ถึง ปี 2557 นั้น มีสถิติผลิตไฟฟ้ากว่า 64,580 หน่วย และชดเชยการนำเข้าน้ำมันเตาได้กว่า 15,466 ล้านลิตร ตลอดจนมีประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนรอบข้าง ทั้งอาชีพประมงที่จับสัตว์น้ำได้กว่า 13,150 ล้านตัน และหล่อเลี้ยงพื้นที่ทำการเกษตรกว่า 10 ล้านไร่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ก็แลกมาด้วยหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ป่า หมู่บ้านหลายแห่งที่ต้องย้ายออกไปจากการสร้างเขื่อน ตลอดจนปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เหนือเขื่อนหลายพื้นที่ด้วย

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขื่อนภูมิพลก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเขื่อนสำคัญที่เป็นเสมือนกับแหล่งผลิตพลังงานทดแทนหรือพลังงานสำรอง ตลอดจนเป็นสถานที่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนอีกหลายกลุ่มมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน