หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “กระจูด” ในฐานะวัสดุพื้นบ้านที่เคยถูกนำมาสานเป็นเสื่อปูละหมาด หรือกระสอบใส่ข้าวเปลือก แต่ใครจะคิดว่า วันนี้ภูมิปัญญาที่อยู่คู่ชุมชนมานาน จะก้าวขึ้นไปเฉิดฉายบนเวทีระดับโลก และกลายเป็นงานคราฟต์ที่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำให้ความสนใจ
.
นี่คือเรื่องราวของ “กระจูดบ้านโคกพะยอม” จังหวัดนราธิวาส งานจักสานแฮนด์เมด 100% ที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมต่อยอดด้วยแนวคิดร่วมสมัย จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสวย ใช้งานได้จริง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
.
จุดเด่นของกระจูดจากนราธิวาส คือเส้นกระจูดที่ละเอียด นุ่ม ผิวสัมผัสเรียบเนียน แต่เหนียวและทนทาน โค้งงอได้โดยไม่หักง่าย ใช้สีจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี จึงปลอดภัยทั้งต่อผู้ใช้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
.
อีกหนึ่งความพิเศษคือ เทคนิคการหมักโคลน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชุมชน ช่วยให้เส้นกระจูดมีความแข็งแรง ลดการเกิดเชื้อรา ก่อนนำไปตากจนแห้งสนิท พร้อมเทคนิคการเก็บขอบและเก็บริมที่ประณีต เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างสานบ้านโคกพะยอม
.
จากเดิมที่เคยมีเพียงลายสานพื้นฐานอย่างลายสองหรือลายสก็อต วันนี้ช่างฝีมือในชุมชนได้พัฒนาลวดลายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลายคลื่นทะเล ลายตึก ลายกราฟิก และลายแม่น้ำ เพิ่มมิติให้ชิ้นงานดูร่วมสมัยมากขึ้น จนสามารถเข้าถึงทั้งคนรุ่นใหม่และตลาดระดับพรีเมียม
.
พร้อมกันนั้น ยังต่อยอดจากกระเป๋าและเครื่องใช้ทั่วไป ไปสู่ของตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ หรือวอลเปเปอร์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ได้อย่างสง่างาม
.
ความภาคภูมิใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อฝีมือของช่างจักสานนราธิวาส ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลงานใน “Milan Design Week 2026” ประเทศอิตาลี ผ่านการทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Dior โดยผลิตดอกไม้และใบไม้จากงานจักสาน ตามแนวคิดการออกแบบของ ‘อาจารย์กรกต อารมย์ดี’ ร่วมกับเครือข่ายช่างหัตถกรรมจากทั่วประเทศ
.
แม้ช่างจากบ้านโคกพะยอมจะบอกว่าเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของงานชิ้นใหญ่ แต่ผลงานครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อภูมิปัญญาไทยจับมือกับการออกแบบร่วมสมัย งานหัตถกรรมพื้นบ้านก็สามารถสร้างความประทับใจให้ผู้คนจากทั่วโลกได้ไม่แพ้งานคราฟต์ชาติใด








