สรงน้ำ “พระพุทธสิหิงค์” ตำนานพระพุทธรูปงดงามคู่สงกรานต์ไทย 

ทุกครั้งที่เทศกาลสงกรานต์เวียนมาถึง หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่หลายคนรอคอยคือการอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำ สักการบูชา และขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย
.
หลายคนอาจเคยมีโอกาสสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ แต่ไม่รู้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีประวัติความเป็นมายาวนานและน่าสนใจอย่างยิ่ง มีคำกล่าวกันว่า หากไม่นับพระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลกแล้ว พระพุทธรูปโบราณในประเทศไทยที่งดงามเทียบเท่าพระพุทธสิหิงค์นั้นแทบไม่มีเลย แสดงให้เห็นถึงความงดงามและคุณค่าทางศิลปะขององค์พระอย่างยิ่ง
.
ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 700 โดยพระมหากษัตริย์แห่งลังกา 3 พระองค์ ร่วมกับพระอรหันต์ในเกาะลังกา โดยตั้งใจสร้างให้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ถึงขั้นให้พญานาคที่เคยเห็นพระพุทธองค์แปลงกายมาเป็นแบบในการหล่อ
.
มีเรื่องเล่าว่า ระหว่างการหล่อพระ ช่างคนหนึ่งถูกตีจนบาดเจ็บที่นิ้ว และเมื่อหล่อเสร็จ ปรากฏว่าพระพุทธสิหิงค์มีรอยชำรุดที่นิ้วหนึ่งเช่นกัน กลายเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาในตำนาน
.
พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่กรุงลังกานานกว่า 1,150 ปี ก่อนจะถูกอัญเชิญมายังกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง และต่อมาได้เคลื่อนย้ายไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ ของไทย ทั้งพิษณุโลก อยุธยา กำแพงเพชร เชียงราย และเชียงใหม่
.
กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระพุทธสิหิงค์ถูกอัญเชิญมายังกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2338 และประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาการเดินทางขององค์พระจากลังกาสู่กรุงเทพฯ กว่า 700 ปี
.
ในประเทศไทยมีพระพุทธสิหิงค์หลายองค์ แต่ที่สำคัญมีอยู่ 3 แห่ง โดยองค์ที่กรุงเทพฯ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ และเป็นองค์ที่มีการอัญเชิญออกมาให้ประชาชนสรงน้ำในช่วงสงกรานต์
.
ธรรมเนียมการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ออกมาสักการะและสรงน้ำบริเวณท้องสนามหลวง เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2477 สมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา และสืบทอดเป็นประเพณีสำคัญของเทศกาลสงกรานต์มาจนถึงปัจจุบัน
.
สงกรานต์ปีนี้ หากมีโอกาสได้สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ นอกจากจะได้สัมผัสประเพณีไทยอันงดงามแล้ว ยังเป็นการรับสิริมงคลจากพระพุทธรูปที่มีตำนานยาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย

#สุดโปรด#Bangkokbank#BBL#พระพุทธสิหิงค์#สงกรานต์#สรงน้ำพระ#ประเพณีไทย#Songkran#ท้องสนามหลวง#ปีใหม่ไทย#วัฒนธรรมไทย#เที่ยวสงกรานต์