วัด วัง กระทรวง และนานาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในกรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อย ล้วนเป็นผลงานที่รังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของเหล่านายช่างฝรั่งผู้มีความสามารถซึ่งเดินทางมาแสวงโชคในดินแดนเล็ก ๆ อย่างสยาม พร้อมฝากคุณค่าทางศิลปกรรมที่ยังคงตั้งตระหง่านมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือ “มาริโอ ตามาญโญ” สถาปนิกจากเมืองตูริน ผู้ฝากผลงานสถาปัตยกรรมชั้นคลาสสิกไว้ทั่วกรุงเทพมหานคร

จากตูรินสู่สยาม
มาริโอ ตามาญโญ เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1877 แม้จะไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับสภาพครอบครัวในวัยเด็ก แต่ประวัติของเขาเริ่มปรากฏชัดในช่วงวัยหนุ่ม โดยเขาได้ศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันศิลปะอัลแบร์ตีนในเมืองตูริน และเป็นนักเรียนดีเด่นที่ได้รับรางวัลและทุนการศึกษาหลายครั้ง เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาได้เป็นอาจารย์สอนรายวิชาทัศนียภาพวิทยาที่วิทยาลัยเทคนิคตูริน ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงวิชาชีพ
ในเวลาต่อมา เขาได้รับคำแนะนำจาก คาร์โล เซปปี อดีตสถาปนิกที่เคยทำงานในสยาม ให้เดินทางมาทำงานยังดินแดนตะวันออกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ในปี ค.ศ. 1900 ตามาญโญเดินทางมายังสยามด้วยเรือโคนิก อัลเบิร์ตของเยอรมนี และได้เซ็นสัญญาเป็นสถาปนิกในสังกัดกรมโยธาธิการยาวนานถึง 25 ปี

สยามใหม่ในสถาปัตยกรรมกับการก้าวสู่ความเป็นสากล
เมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน งานแรกที่เขาได้รับคือการก่อสร้างสะพานมัฆวานรังสรรค์ที่ทำจากหินอ่อนและเหล็กดัด จากนั้นจึงได้รับมอบหมายให้ออกแบบพระที่นั่งอัมพรสถาน ร่วมกับวิศวกรและสถาปนิกอย่างกอลโล และอัลเลกรี ส่วนการออกแบบภายในเป็นงานของ เซซาเร แฟร์โร ต่อมาเขายังได้ออกแบบท้องพระโรงในพระที่นั่งอภิเษกดุสิต และผังวัดเบญจมบพิตร ซึ่งออกแบบเป็นผังกางเขนแบบโบสถ์คริสต์ ประดับด้วยหินอ่อนอิตาเลียน และปูพื้นด้วยหินแกรนิต
นอกจากผลงานในประเทศแล้ว ตามาญโญยังมีผลงานในต่างประเทศ เช่น ศาลาสยามในงานมหกรรมโลกปี 1904 ที่จัดขึ้นใน เซนต์หลุยส์ ซึ่งได้รับพระดำริจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และควบคุมดูแลการก่อสร้างโดยเจรินี ช่วงสิบปีแรกในสยามจึงเป็นช่วงเวลาที่เขาผลงานโดดเด่นอย่างมาก
เขายังมีผลงานสำคัญอย่างซุ้มประตูชัยรับเสด็จในสไตล์จีน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากประพาสยุโรปในปี 1907 ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ที่ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเอง เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าช่างสถาปนิก จากผลงานจำนวนมากในช่วงสิบปีแรก
ผลงานการผสมผสานศิลปะตะวันออกและตะวันตกของตามาญโญมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ความศิวิไลซ์ในแบบสยาม เป็นสัญลักษณ์การก้าวสู่ความเป็นสากล และแสดงให้ตะวันตกรับรู้ว่าสยามก็มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยไม่แพ้กัน

สถาปนิกผู้เงียบขรึม
ตามาญโญเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยสังสรรค์ และค่อนข้างขี้อาย ตลอดเวลาที่พำนักในสยาม มีบันทึกว่าเขาร่วมงานรื่นเริงเพียงครั้งเดียว คือในวันแต่งงานของเขากับ มาเรียนนีนา ซุกกาโร อดีตเพื่อนร่วมสถาบันในตูริน
ด้วยชื่อเสียงของเขา ทำให้มีของขวัญวันแต่งงานส่งมามากมาย เช่น แจกันเซรามิก ชุดช้อนส้อม โถกาแฟ เหยือกนม หีบซิการ์ และเครื่องเงินอันงดงาม เจ้าสาวสวมชุดผ้าซาตินสีขาวชายกระโปรงยาว พร้อมผ้าคลุมหน้าและช่อดอกส้มตามแบบยุโรป เธอนั่งรถม้าไปยังโบสถ์เพื่อพบกับตามาญโญ ท่ามกลางแขกจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงคณะทูตจากหลายประเทศ

ชายผู้ออกแบบสยามด้วยปลายดินสอของเขา
ชีวิตหลังแต่งงานของตามาญโญยังคงเรียบง่าย ห้องทำงานของเขาเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ไม่มีของหรูหรา แต่กลับเป็นสถานที่ที่กำเนิดโครงการสถาปัตยกรรมระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นตำหนักในพระราชวังพญาไท พระที่นั่งอนันตสมาคม สถานีรถไฟหัวลำโพง และห้องสมุดเนลสันเฮส์
ในงานมหกรรมนานาชาติที่ตูริน ตามาญโญก็ได้ออกแบบศาลาไทย รวมถึงศาลาไทยที่แสดงใน ซานฟรานซิสโก ทำให้เขากลายเป็นชาวต่างชาติผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่สถาปัตยกรรมไทยสู่สายตาชาวโลก
ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาได้ออกแบบงานชิ้นใหญ่เพิ่ม เช่น บ้านนรสิงห์และบ้านพิษณุโลก ซึ่งประยุกต์สถาปัตยกรรมแบบเวนิส รวมถึงสร้างสนามกีฬา สนามม้า และที่พักริมทะเลสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์
ผลงานของเขามีมากมายจนยากจะกล่าวครบถ้วน และสะท้อนถึงความทุ่มเท ความขยัน และมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการผังเมืองของสยาม เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากทั้งรัฐบาลสยาม อิตาลี และฝรั่งเศส และได้รับแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตด้านสถาปัตยกรรมจากสถาบันศิลปะอัลแบร์ตีน ซึ่งเป็นสถาบันที่เขาเคยศึกษาเมื่อวัยเยาว์
เมื่อหมดสัญญากับรัฐบาลสยาม เขาเดินทางกลับอิตาลีในช่วงต้นยุคฟาสซิสต์ และยังคงทำงานสถาปนิกจนถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1941 ด้วยโรคมะเร็ง
เรื่องราวของตามาญโญอาจไม่ได้หวือหวาในมุมชีวประวัติ และอาจดูเรียบง่าย แต่สิ่งนี้เองสะท้อนถึงอุปนิสัยเงียบ ๆ และความขี้อายของเขา ซึ่งไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ผลงานที่ยังตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองกรุงเทพฯ ในวันนี้ คือหลักฐานถึงคุณค่าและความสามารถของเขา เป็นมรดกยุโรปชิ้นสำคัญ และเป็น “ร่องรอยฝรั่งในสยาม” ที่เป็นหมุดหมายหนึ่งของการก้าวสู่ความเป็นสากลของสยามในยุคนั้น
#สุดโปรด#ประวัติศาสตร์#ชีวประวัติ#สถาปัตยกรรม#มาริโอตามาญโญ#ตามาญโญ#รัชกาลที่5#ไทย#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

