มยุรฉัตร หนึ่งใน “เครื่องสูง” อันทรงเกียรติ ที่ถูกใช้ในพระราชพิธี “โสกันต์เจ้าฟ้า”
หรือพระราชพิธีโกนจุกของพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์ ผู้มีพระยศถึงชั้นเจ้าฟ้า
.
พิธีสำคัญที่สื่อถึงการก้าวผ่านสู่วัยเจริญขันธ์ของพระราชกุมารและพระราชกุมารี
มีความหมายลึกซึ้งทั้งในเชิงพิธีกรรมและราชประเพณี
.
ทว่ากาลเวลานำพาให้พิธีนี้เลือนหายไปจากสังคมไทย โดยพระราชพิธีโสกันต์ครั้งสุดท้ายจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๔ เหลือเพียงภาพถ่ายเก่า คำบอกเล่าของผู้ใหญ่ผู้รู้ และความทรงจำที่ตกผลึกเป็นชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ![]()
.
เมื่อค้นคว้าภาพถ่ายเก่าในครั้งพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ในรัชกาลที่ ๕ ก็ได้เห็นเงาร่างลาง ๆ ของ “นางเชิญมยุรฉัตร”
ผู้แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงาม สวมกระบังหน้า ผัดหน้าขาว รัดเกล้า แผงนวมคอ ห่มสไบ นุ่งจีบหน้านาง มือถือขนนกยูงเป็นช่อพุ่มสูงสง่า ![]()
.
การทำงานเริ่มต้นจากภาพสเก็ตเล็ก ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อให้ท่านอาจารย์พิจารณา ก่อนจะได้รับคำชี้แนะให้นำรูปแบบราชสำนัก “พระเจ้าปราสาททอง”
มาปรับใช้ เพื่อเพิ่มความวิจิตร พิสดาร และให้ขับเน้นความงดงามสมกับการใช้ประกอบฉากตอนสำคัญยิ่ง “องคตกุมารลงสรง”
ในการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้
.
จากนั้นการเดินทางของ “มยุรฉัตร” รุ่นฟื้นชีพก็เริ่มขึ้นจริง
ช่างทอง ช่างปั้น ช่างไม้ และสหวิชาชีพอีกหลายแขนง ต่างระดมฝีมือเต็มกำลัง
สร้างลวดลายปั้นเขียนสีลงยา ประดับกระจกอย่างละเอียดลออ ทุกชิ้นส่วนต้องแยกทำ แยกประกอบ เพื่อให้ทันกำหนดส่งงาน เรียกได้ว่าเป็นการต่อชีวิต ให้เครื่องสูงที่สูญหายไปจากราชสำนักไทยนานนับศตวรรษ ได้กลับมาปรากฏต่อสายตาผู้ชมอีกครั้งในรูปแบบที่งดงามที่สุดเท่าที่คนยุคนี้จะทำได้
.
ทีมช่างทุกคนล้วนทำงานด้วยหัวใจ “มยุรฉัตร” ชิ้นนี้เกิดขึ้นจากการสืบค้นจากเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ และความมุ่งมั่นที่จะทำให้ของที่ไม่มีให้เห็นแล้วในยุคปัจจุบัน กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง
ที่มา : Facebook Utid Putsung




