ขนมเข่ง หรือชื่อจีนคือ ‘เหนียนเกา’ (年糕) เป็นหนึ่งในขนมที่ใช้สำหรับไหว้ในวันเทศกาลสำคัญของจีน ซึ่งถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นหลายสีหลายรสชาติ แต่เราคงคุ้นเคยกับขนมแป้งขาวนวลแต้มจุดสีแดงกันเสียมากกว่า
.
มีตำนานมากมายเล่าขานถึงที่มาของขนมเข่ง โดยแบ่งเป็น 2 ตำนานหลัก ตำนานแรกเล่าว่าขนมเข่งถูกใช้เป็น ‘ขนมปิดปากเทพเจ้าจีน’ เนื่องจากก่อนวันปีใหม่จีน จะมีการรายงานความดีความชั่วของมนุษย์บนโลกแด่องค์เง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์ มนุษย์ที่ทำแต่ความชั่วจึงเกรงกลัวว่าฮ่องเต้จะทราบจึงทำขนมเข่งที่มีลักษณะเหนียว เคี้ยวยากให้เทพผู้รายงานกิน จะได้รายงานความชั่วของตนไม่ได้
.
อีกตำนานเล่าว่าขนมเข่งถูกกินมาราว 2,500 ปี โดยช่วงนั้นแผ่นดินจีนเผชิญกับสงคราม ทำให้แตกตัวออกเป็นแว่นแคว้นมากมาย ชาวบ้านก็หวาดกลัวกับสงครามแบ่งแผ่นดินไม่จบสิ้นจึงไม่กล้ากินหรือทำอาหาร จนกระทั่งผู้ปกครองเมืองนาม ‘อู๋จื่อซวี’ ได้ประกาศกับชาวเมืองว่าสงครามได้สิ้นสุดแล้ว ให้ชาวเมืองกินอาหารเพื่อเสริมกำลังและช่วยกันสร้างกำแพงปกป้องเมืองจากข้าศึก เพราะไม่รู้ว่าข้าศึกจะกลับมาอีกตอนไหน
.
รวมถึงสั่งว่าให้ขุดหลุมใต้กำแพงฝังอาหารไว้เพื่อเก็บเสบียงไว้ประทังชีวิต เมื่อเวลาผ่านไปเกิดสงครามขึ้นมาอีกครั้ง ชาวบ้านต้องหาอาหารประทังชีวิตจึงนึกถึงคำพูดของแม่ทัพและขุดหลุมใต้กำแพงจนเจอกับอาหารที่ชาวเมืองได้ซ่อนไว้ นอกจากนี้ยังพบว่า อิฐใต้กำแพงนั้นถูกผสมกับแป้งข้าวเหนียวเพื่อทำให้กำแพงดินแข็งแรงสามารถปกป้องข้าศึกได้ ด้วยความต้องการระลึกถึงท่านอู๋จื่อซวี ชาวบ้านจึงได้ทำขนมเข่งซึ่งทำจากแป้งข้าวเหนียวเอาไว้เฉลิมฉลองและรำลึกถึงท่านอู๋ในวันนั้น
.
จวบจนปัจจุบัน ขนมเข่งกลายเป็นขนมสำคัญสำหรับชาวจีน หรือผู้ที่มีเชื้อสายจีนและถูกนำมาใช้ในงานเทศกาลสำคัญสำหรับไหว้บรรพบุรุษและเฉลิมฉลองในวันปีใหม่ ด้วยความหมายอันดีว่าให้ชีวิตราบรื่น สมหวัง หวานชื่นเหมือนกับความหวานของขนมเข่งนั่นเอง

