รู้หรือไม่ ? พืชที่ใคร ๆ มองข้ามอย่าง ป่านศรนารายณ์
ที่ขึ้นตามรั้วบ้าน ถูกแปลงร่างกลายเป็นกระเป๋าดีไซน์เก๋
หมวกแฮนด์เมด
รองเท้าเปรี้ยว ๆ ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังส่งออกไปไกลถึงญี่ปุ่น อเมริกา และเกาหลี
.
เรื่องราวของแบรนด์ “อารยา”
กลุ่มอาชีพสตรีจักสานจาก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นำโดย ‘ณัฐระวี เดื่อมขันธ์มณี’ ผู้สืบทอดภูมิปัญญาและจิตวิญญาณจากรุ่นแม่มากว่า 40 ปี ใช้ “ป่านศรนารายณ์ “
เป็นวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์สินค้ากว่า 100 แบบ เช่น กระเป๋า หมวก เข็มขัด และรองเท้า ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังทน ใช้ได้นานหลายปี สีไม่ตก ซักได้ ไม่ขึ้นรา
.
ต้นกำเนิดของป่านศรนารายณ์นั้นอยู่ไกลถึงเม็กซิโก ทนแล้ง ทนแดด
และเมื่อโดนน้ำจะยิ่งเหนียวขึ้นอีก!
คนพื้นถิ่นแถบเพชรบุรีและประจวบฯ จึงนำมาฟั่นเกลียวทำเชือกผูกสมอเรือ ด้วยคุณสมบัติ เหนียวแน่น ไม่เปื่อยง่าย
.
ในปี พ.ศ. 2517 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงมีพระราชกระแสให้กระทรวงอุตสาหกรรมส่งเจ้าหน้าที่มาสอนงานจักสานจากป่านศรนารายณ์แก่ชาวบ้านหุบกะพง ชะอำ
จึงเริ่มมีการนำเส้นใยพืชมาถักเป็นเปีย
แล้วนำไปย้อมสี ตากแดด เย็บขึ้นรูปอย่างประณีตจนกลายเป็นของใช้สุดเก๋
.
ณัฐระวีเล่าอย่างภูมิใจว่า ทุกใบถักด้วยมือ ฝีมือคนจริง ๆ ต้องอาศัยประสบการณ์ในการ “ถักเปีย” ให้แน่นกำลังดี แล้วเลือกสีมาวางลวดลายกันเอง จึงทำให้กระเป๋าทุกใบไม่ซ้ำกันเลย ![]()
.
ใครว่างานจักสานจะเชย?
ที่นี่เขาออกแบบใหม่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันเทรนด์โลก มีดีไซเนอร์ชุมชนช่วยคิดรูปทรงและลายสมัยใหม่ จนได้รางวัล OTOP 5 ดาว
ต่อเนื่องหลายปี และยังได้รางวัล KBO ระดับประเทศอีกด้วย
.
สินค้าของกลุ่ม “อารยา” มีตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักพัน (30–4,500 บาท) มีกำลังการผลิตกระเป๋าใบเล็กถึงเดือนละ 3,000 ใบ
และกระเป๋าใบใหญ่ 500–1,000 ใบต่อเดือน
โดยส่งออกไปยังญี่ปุ่น จีน เกาหลี อเมริกา และสิงคโปร์ และมีแผนจะบุกตลาดยุโรปเร็ว ๆ นี้
.
จากเดิมที่เป็นแค่อาชีพเสริม วันนี้การจักสานด้วยป่านศรนารายณ์กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของชาวบ้าน
บางบ้านเริ่มมีเครื่องจักรมาช่วยดึงเส้นใย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันตลาด สะท้อนให้เห็นถึงพลังของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างถูกทาง ก็สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม “ป่านศรนารายณ์อาจเป็นพืชที่คนมองข้าม แต่สำหรับเรา มันคือชีวิต ศิลปะ และอนาคตของชุมชน”





