“ถมตะทอง” ศิลปะแห่งไฟและทองคำ อัญมณีแห่งภูมิปัญญาไทย

ในบรรดาเครื่องถมทั้งหมด “ถมตะทอง” ถือเป็นสุดยอดของงานศิลป์ที่งดงามและทรงคุณค่าที่สุด

.

เพราะไม่เพียงแต่ใช้เทคนิคถมเงินที่ต้องอาศัยฝีมือช่างชั้นครู แต่ยังเพิ่มกระบวนการเปียกทองที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น เป็นศาสตร์และศิลป์ที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว

.

ถมตะทอง การสร้างลวดลายที่ต้องใช้ไฟและทองคำ

ถมตะทอง คือ การพัฒนาเครื่องถมเงินให้มีมิติและความโดดเด่นขึ้น โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “การเปียกทอง” ซึ่งเป็นกรรมวิธีโบราณที่ละเอียดอ่อนมาก

  • เริ่มจากการสร้างถมเงิน ช่างฝีมือจะใช้แผ่นเงินบริสุทธิ์ขึ้นรูปเป็นภาชนะหรือเครื่องประดับ แกะสลักลวดลายลงบนพื้นผิว ลงยาถมสีดำสนิทโดยใช้สารที่ได้จากออกไซด์ของโลหะบางชนิด ขัดแต่งจนได้ความเงางาม
  • แต้มทองลงบนลวดลาย นำทองคำบริสุทธิ์มาผสมกับปรอทให้เป็นสารละลายเพื่อใช้แต้มลงบนพื้นที่ที่ต้องการให้เป็นสีทอง เทคนิคนี้ต้องอาศัยความแม่นยำสูง เพราะทองคำและปรอทต้องผสมในสัดส่วนที่พอดี
  • ใช้ไฟเพื่อเผยความงามของทองคำ เมื่อผ่านการลงทองแล้ว ช่างจะใช้ความร้อนเผาให้ปรอทระเหิดออกไป เหลือไว้เพียงทองคำที่ยึดติดแน่นกับพื้นผิวเงิน ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องถมที่มีลวดลายสีทองอร่ามตัดกับพื้นผิวสีเงินและสีดำของยาถม เกิดเป็นความงามที่เป็นเอกลักษณ์

.

ผอบถมตะทอง สุดยอดงานศิลป์ที่สะท้อนถึงความประณีต

หนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดของศิลปะถมตะทองคือ “ผอบถมตะทองทรงกลีบมะยม” ผลงานจากช่างฝีมือแห่งสถาบันสิริกิติ์ ที่ผสมผสานศาสตร์แห่งเครื่องถมและศิลปะการออกแบบได้อย่างงดงาม

  • ลวดลาย : ลายดอกพุดตานใบเทศที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลของไทย
  • เทคนิค: สีทองของลวดลายสลับกับสีเงินตัดกับพื้นยาถมสีดำอย่างโดดเด่น
  • ความหรูหรา: ยอดปริกทำจากทองคำแท้ สลักดุนอย่างวิจิตร และประดับเพชรกับทับทิมเพิ่มความล้ำค่า

.

ถมตะทองเป็นหนึ่งในศิลปะหัตถกรรมที่แสดงถึงภูมิปัญญาของช่างไทยตั้งแต่โบราณ แต่เดิมใช้เฉพาะในราชสำนักหรือในพิธีสำคัญ 🏛️ ปัจจุบันแม้จะหาช่างฝีมือที่สามารถทำได้ยากขึ้น แต่ยังคงเป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่สืบทอดต่อกันมา

ถมตะทอง… ศิลปะแห่งไฟ ทองคำ และฝีมือช่างชั้นครู ที่สะท้อนความวิจิตรบรรจงของไทยอย่างแท้จริง