กะปิพล่า จากวังบางขุนพรหม สู่รสลือชื่อแห่งวังวรดิศ

กะปิพล่า อาหารไทยจานเรียบง่ายที่ซ่อนความพิถีพิถันและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องจิ้มชั้นสูงของชาววัง มีรสเค็มจากกะปิ ผสานกับความเปรี้ยวของมะม่วงดิบ หรือมะนาว หวานเล็กน้อยจากน้ำตาลปี๊บ และเผ็ดจากพริกขี้หนู เมื่อคลุกเคล้ากันจะได้รสชาติที่ กลมกล่อมลงตัว รับประทานคู่กับผักสดหรือปลาฟูทอดกรอบ

เรื่องราวของกะปิพล่าผูกพันกับ หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล หรือ ท่านหญิงจง พระธิดาของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้เติบโตใน วังบางขุนพรหม ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารชาววัง ท่านหญิงจงได้รับการฝึกปรือฝีมือเครื่องต้นตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งครั้งหนึ่งได้มีโอกาสถวายกะปิพล่าแด่ รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงพอพระราชหฤทัยยิ่งนัก ถึงกับมีพระราชหัตถเลขาชมเชยและขอเสวยซ้ำ และเป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 อย่างมาก พระองค์เคยตรัสว่า “ข้าได้กินน้ำพริกของเจ้าทำให้ข้ารอดตายไปได้” และได้พระราชทานสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งเป็นรางวัล

ฝีมือของท่านหญิงจงยังเป็นที่ชื่นชมของ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงมีลายพระราชหัตถเลขาตรัสชมว่า แม้จะลองทำเองก็ยังไม่อร่อยเท่าท่านหญิงจง นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้กะปิพล่าจะเป็นอาหารง่าย ๆ แต่การทำให้อร่อยนั้นต้องอาศัยฝีมือและความเข้าใจในรสชาติเป็นอย่างมาก

ต่อมาเมื่อท่านหญิงจงเสด็จไปประทับยัง วังวรดิศ ก็ยังคงรับผิดชอบดูแลการจัดเลี้ยงอาหารในโอกาสสำคัญ ศิลปะการปรุงอาหารของท่านหญิงจึงกลายเป็นที่เลื่องลือ และกะปิพล่าก็เป็นหนึ่งในเมนูสำคัญ ที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

แม้เวลาจะเปลี่ยนไป กะปิพล่ายังคงเป็นเมนูที่สะท้อนรสนิยมอาหารไทยชาววัง เป็นตัวอย่างของอาหารที่ใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน แต่สามารถปรุงให้มีรสชาติที่ซับซ้อนและกลมกล่อม ทุกคำที่รับประทานจึงไม่เพียงแต่ให้รสชาติอร่อย แต่ยังพาเราย้อนกลับไปสัมผัสรสชาติแห่งประวัติศาสตร์ไทยอีกด้วย
#กะปิพล่า#กะปิ#มะม่วงดิบ#มะนาว#น้ำตาลปี๊บ#พริกขี้หนู#ผักสด#เค็ม#เปรี้ยว#หวาน#เผ็ด#อาหาร#ของกิน#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ