วัดราชโอรส วัดที่ทูตอังกฤษยกให้งามที่สุดในบางกอก

เมื่อเดือน ๑๑ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๖๓ ข่าวการรุกรานจากข้างพม่าได้แพร่กระจายเข้ามาในกรุงรัตนโกสินทร์ในช่วงแผ่นดินกลาง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศนภาลัยจึงได้โปรดฯให้จัดทัพไปสกัดทัพพม่าเอาไว้ โดยมีพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เป็นแม่ทัพเดินทางล่องเรือลัดเลาะคลองไปหน้า “วัดจอมทอง” วัดเก่าสมัยอยุธยาเพื่อทำพิธีเบิกโขลนทวารก่อนจะเคลื่อนทัพไปยังด่านเจดีย์สามองค์ ทว่าเมื่อไปตั้งทัพรอที่ด่านเจดีย์สามองค์แล้วก็ไม่มีวี่แว่วว่าจะมีทัพพม่าเข้ามาจึงเสด็จกลับพระนครพร้อม ๆ กับมีพระดำริว่าจะกลับมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดจอมทองเสียใหม่

การปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์มักจะเสด็จมาคุมงานเองอยู่เสียบ่อยครั้ง โดยวัดจอมทองที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้นับว่าเป็นจุดกำเนิดของศิลปกรรมพระราชนิยมรัชกาลที่ 3 เลยที่เดียวเนื่องจากกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์นั้นทรงโปรดสมาคมกับชาวจีน และทรงโปรดในศิลปกรรมแบบจีนด้วย ทำให้การบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้นั้นเป็นอะไรที่แหวกแนวกว่าขนบธรรมเนียมวัดแบบเดิมมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการแหวกขนบที่วิจิตรพิศดารเหลือเชื่อ โดยเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศนภาลัย ซึ่งโปรดพระราชทานนามให้ใหม่ว่า “วัดราชโอรส” ซึ่งหมายถึงวัดที่พระราชโอรสของพระองค์ คือกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เป็นผู้สร้างขึ้นมา

ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ตามศิลปะไทยประเพณีหายไป อีกทั้งยังมีการสร้างเสาเพื่อรองรับพาไลแทนคันทวยทำให้เป็นรูปแบบวัดที่ดูแปลกถึงขั้นที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพให้นิยามว่าเป็น “วัดนอกอย่าง” ที่แปลกตาจนแม้แต่ราชทูตอังกฤษอย่างเซอร์จอห์น ครอเฟิร์ดยกย่องให้เป็น “วัดที่งามที่สุดในบางกอก” เลยทีเดียว โดยเป็นวัดไทยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นจีนที่ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ซุ้มประตู เจดีย์ ทวารบาล ไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนัง นอกจากนี้ยังมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับวัดพระเชตุพนคือมีการจารึกตำรายาไว้ในบริเวณวัดเสมือนส่งต่อผู้ปัญญาให้แก่คนรุ่นหลังด้วย

วัดราชโอรสนับว่าเป้นรูปแบบที่สำคัญของงานศิลปกรรมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ส่งผลต่อวัดในพระนครหลายต่อหลายวัด ซึ่งเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ผิดไปจากประเพณีดั้งเดิมแต่สวยงามและน่าสนใจ สำหรับใครที่สนใจเดินทางมาชมความงามที่แปลกตาของวัดราชโอรสก็สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน

📍พิกัด: https://maps.app.goo.gl/KxaP9CSYQ2sVC44GA

อ้างอิง:

http://www.thapra.lib.su.ac.th/web-temple/index.php…