“เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน
.
น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์”
.
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของรัชกาลที่ 2 บทนี้ ได้บรรยายความอร่อยของแกงเทโพไว้เป็นอย่างดี
.
ถ้าพูดถึงแกงเทโพ ภาพจำของหลายๆ คนน่าจะนึกถึงผักบุ้งที่อยู่ในน้ำแกงสีแดงๆ พร้อมทั้งหมูสามชั้นนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อมเปรี้ยวเค็มหวานมันครบรส
.
แต่สงสัยกันมั้ยว่า ชื่อแกงเทโพนั้นมาจากอะไร? เพราะในส่วนผสมที่กล่าวมาข้างต้น ก็ไม่เห็นมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับคำว่าเทโพเลยสักนิด
.
ถ้าเราไปดูตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ที่ตีพิมพ์ในปี 2452 จะพบว่าจริงๆ แล้วในสมัยนั้นพริกแกงเทโพทำมาจากการนำหางปลาเทโพไปตำกับเครื่องแกง
.
ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับปลาเทโพกันสักนิดเผื่อใครนึกหน้าตาไม่ออก ปลาเทโพจะมีหน้าตาคล้ายปลาสวาย แต่มีเนื้อที่แน่นหนึบกว่ามาก ทำให้เวลาเอามาทำแกงเทโพแล้วได้รสชาตินุ่มหนึบของเนื้อปลา
.
ปัญหาคือการจะนำปลาเทโพมาปรุงเป็นอาหารนั้นไม่ใช่ง่ายๆ แต่มีขั้นตอนการเตรียมเยอะมาก ตั้งแต่การล้างให้สะอาด ลอกเยื่อยางที่พื้นท้องออก และอีกหลายขั้นตอนเพื่อไม่ให้มีกลิ่นสาบคาว ดังนั้นถ้าใครที่ทำไม่เก่ง มีโอกาสสูงมากที่แกงเทโพออกมาแล้วจะได้กลิ่นสาบคาว
.
ประกอบกับว่าในตอนหลัง ปลาเทโพเริ่มหายากขึ้น ก็เลยมีการพลิกแพลงสูตรเป็นการใช้หมูสามชั้นที่มีความนุ่มหนึบคล้ายกับพุงปลาเทโพ โดยสูตรนี้ได้ปรากฏอยู่ในสูตรอาหารหนังสือตำรับสายเยาวภา ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นแกงเทโพแบบที่เราเห็นกันในทุกวันนี้
.
อ้างอิง:
https://www.silpa-mag.com/from-the-fingertip/article_94605

