ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่ฮิตติดกระแสสุดในช่วงนี้คงไม่พูดถึง ‘มินต์ช็อก’ ไม่ได้

เพราะปรากฎภาพตามหน้าสื่อไปทุกแขนง และด้วยรสชาติของมินต์ช็อกกลายเป็นที่ถกเถียงจนถึงขั้นแบ่งฝักฝ่ายชัดเจนเพราะคนที่ชอบก็ชอบมาก คนไม่ชอบก็เบือนหน้าสุดฤทธิ์ แต่ไม่ว่าอย่างไรเจ้าเครื่องดื่มมินต์ช็อคก็มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว.การนำมินต์ (mint) หรือ สะระแหน่มาผสมกับช็อกโกแลตถูกบันทึกไว้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 โดยชาวยุโรปที่เข้าไปในทวีปอเมริกา ซึ่งขณะนั้นมีชาวพื้นเมืองโบราณอาศัยอยู่ คือ ชนเผ่ามายา (the Mayans) และแอซเท็ก (the Aztacs) และพวกเขามีขุมทรัพย์สำคัญคือ ‘ช็อกโกแลต’ ซึ่งนอกจากเป็นผลผลิตทางการเกษตรยังได้รับการเคารพบูชาเปรียบเสมือนของขวัญจากพระเจ้าอีกด้วย.หลังการเข้ามาของชาวยุโรป มีการผสมผสานนำความเป็นยุโรปเข้าไปด้วย และด้วยรสชาติขม กลิ่นแรงของช็อกโกแลต ทำให้ไม่เป็นที่น่าลิ้มลองนัก ชาวยุโรปจึงมีการผสมวัตถุดิบต่าง ๆ ลงไปเพื่อรสชาติที่ดีขึ้น เช่น น้ำตาล สมุนไพรอย่างซินนามอนและมินต์เพื่อบรรเทาความขมของเจ้าช็อกโกแลตนั่นเอง.เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายศตวรรษ มินต์ช็อกถูกปรากฎอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์มากมายอย่างในยุคพระราชินีวิคตอเรีย และเริ่มเป็นที่นิยมมากขี้นสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 และถูกโปรโมทตามร้านขนมเล็กๆ มากมาย.ในปี 1973 เจ้าหญิงแอนน์และกัปตันมาร์ค ฟิลลิปส์ ได้จัดการประกวดไอศกรีมที่จะใช้เสิร์ฟในงานอภิเษกสมรส ไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ ถูกส่งเข้าประกวดแต่ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวคือ ไอศกรีมมินต์ช็อกโกแลตชิป! นั่นเอง.อ่านมาถึงตรงนี้ ใครชอบหรือไม่ชอบเจ้ามินต์ช็อกก็แสดงความคิดเห็นบอกกันได้ ส่วนตัวแอดเองชอบทุกอย่างที่เป็นของหวาน ไม่เกี่ยงงง.#จานโปรด#มินต์ช็อก

อ้างอิง:
– https://www.mashed.com/…/heres-where-the-concept-of…/
– https://www.sensecuador.com/…/the-fascination-of-dark…/