

เมื่อถึงเดือนตุลาคม หลายคนคงเริ่มได้กลิ่นความสนุกปนหลอนของ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) ที่มาพร้อมกับฟักทองโคมไฟ “Jack-o’-Lantern” และเสียงเรียกประสานกันของเด็กๆ ว่า “Trick or Treat!”
เบื้องหลังลูกอมและขนมหลากสีที่เราเห็นในเทศกาลนี้ มีประวัติย้อนกลับไปกว่า 2,000 ปี ฮาโลวีนเป็นการพัฒนามาจากเทศกาล Samhain ของชาวเคลต์ (Celtic) ที่จัดขึ้นสิ้นเดือนตุลาคม เพื่อเฉลิมฉลองสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวและต้อนรับปีใหม่ ซึ่งชาวบ้านจะวางอาหารและขนมไว้หน้าบ้านเพื่อ “เลี้ยงผี” และขอพรจากดวงวิญญาณ
ต่อมาในยุคคริสต์ศาสนา อาหารและขนมได้ดัดดแปลงเป็น “Soul Cakes” โดยที่เด็กๆ จะเดินเคาะประตูบ้านขอขนม แทนการสวดมนต์ให้วิญญาณคนตาย ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของธรรมเนียม “Trick or Treat” ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
ลูกอมและขนมในฮาโลวีนยังเป็นวัฒนธรรมการให้ของขวัญในยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น คาราเมลแอปเปิล (Caramel Apple) ที่เริ่มนิยมในอเมริกายุค 1950s หรือ Candy Corn ขนมสามสีเหลือง-ส้ม-ขาว ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของฮาโลวีนตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19
แม้แต่ในญี่ปุ่นเอง ฮาโลวีนก็กลายเป็นเทศกาลยอดฮิต มีลูกอมและขนมพิเศษเฉพาะช่วงนี้ เช่น “ซะคุมะดรอป” จากแอนิเมชัน Grave of the Fireflies ที่กลายเป็นลูกอมแห่งความทรงจำ หรือ “มาการอง” สีสันสดใสจากฝรั่งเศส ที่หลายร้านนำมาทำเป็นโทนส้มดำรับเทศกาล
เพราะขนมไม่ได้สร้างแต่รอยยิ้ม แต่ยังบอกเล่า “เรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม และกาลเวลา”
แล้วปีนี้จะ Trick หรือ Treat ที่ไหนกันดี
#ฮาโลวีน#เทศกาล#จานโปรด#ขนม#เทศกาลฮาโลวีน#ของหวาน#ฟักทอง#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

