“ที่ชา” ไม่ใช่แค่การดื่มชา แต่เป็นการละเล่นแห่งความประณีตที่หลอมรวมวัฒนธรรมไทยและจีนไว้ในถ้วยเดียว!
.
ศิลปะการเล่นที่ชา
เกิดจากการนำปั้นชาและถ้วยชาสไตล์จีนมาปรับให้เข้ากับเอกลักษณ์ของสยาม โดยเพิ่มรายละเอียดที่สะท้อนรสนิยมชาวไทยเข้าไปอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบถาดน้ำชาให้เป็นทรงอานม้าฉลุลายเถาดอกไม้ หรือการกำหนดวิธีการจัดชุดชาแบบ “ปั้นหน่วยถ้วยใบ” ที่แสดงความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความพิถีพิถัน
.
ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ “ที่ชา” เป็นมากกว่าเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน มันคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและรสนิยมชั้นสูง โดยเฉพาะในยุครุ่งเรืองของรัชกาลที่ 5 ที่การจัดชุดน้ำชาถือเป็นทั้งศิลปะและแฟชั่น ในหนังสือ “ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น” ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2460 ได้กล่าวถึงการจัดชุดน้ำชาแบบไทยไว้ว่า ชาวสยามนำรูปแบบมาจากจีนแต่ดัดแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมของตนเอง จนเกิดเป็นชุดน้ำชาที่หลากหลาย เช่น ชุดอานม้า ชุดถ้วยสี่ ชุดดาวล้อมเดือน และชุดไทยที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
.
การจัดชุดชาแบบไทยเน้นความเรียบง่ายและลงตัว เช่น ในชุด “ปั้นหน่วยถ้วยเดี่ยว” จะประกอบด้วยปั้นชา 1 ใบพร้อมถ้วยชงมีฝา วางลงบนจานรองและจัดรวมในถาดเดียว
ความพิเศษอยู่ที่ “ชามรองปั้น” ซึ่งเป็นของที่ชาวสยามสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชุดชาแบบจีน ชาวสยามนิยมปั้นสายชา (หรือกรองชา) ทำให้ต้องมีชามรองปั้นในแบบเฉพาะตัว อีกทั้งถาดน้ำชาทรงอานม้าแบบฉลุลายเถาดอกไม้ยังเป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่เพิ่มความงดงามในแบบไทย
.
สำหรับนักสะสมหรือผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งการชงชา ถาดน้ำชาทรงอานม้าฉลุลาย นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่สะท้อนความละเมียดละไมของการดื่มชาในอดีต ทุกลวดลายที่แกะสลักลงบนถาดน้ำชาเป็นเหมือนบทกวีที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของศิลปะการดื่มชาแบบไทย
.
“ที่ชา” ไม่ใช่เพียงภาชนะรองชุดน้ำชา แต่เป็นวัฒนธรรมที่หลอมรวมเรื่องราวจากอดีตกับความสุขในทุกจิบชา ทำให้การดื่มชาไม่ใช่แค่การดื่ม แต่เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลาในแบบไทยแท้

