ย้อนรอย เลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เข้าสู่ช่วงเทศกาลเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามท้องถนนและตรอกซอกซอยต่าง ๆ หลายคนอาจจะสังเกตเห็นป้ายหาเสียงหลากหลายเบอร์จากหลากหลายพรรค ทั้งที่สมัครเป็นสก. และผู้ว่าราชการ แต่รู้ไหมว่าตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ นี้ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อราว ๆ 53 ปีก่อน เท่านั้นเอง

.

หลังจากที่จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ถูกยุบรวมกันกลายเป็น “นครหลวงกรุงเทพธนบุรี” ในปี 2514 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นกรุงเทพมหานครในปี 2515 ก็ได้เริ่มมีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ หรือที่สมัยนั้นเรียกว่า “นายกเทศมนตรีนครกรุงเทพ” โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นครั้งแรกในต้นปี 2516 ซึ่งผู้ว่าคนต่าง ๆ ในระยะแรกนี้ ล้วนแต่ได้รับการแต่งตั้งมาทั้งสิ้น ซึ่งกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพนั้น ก็ล่วงเข้าสู่ปี 2518

.

การเลือกตั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2517 รวมไปถึง “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518” ซึ่งกำหนดให้คนกรุงเทพ มีส่วนร่วมในการเลือกคนมาบริหารบ้านเมือง

.

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งแรกจัดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 พร้อมกับการเลือกตั้งสภากรุงเทพมหานคร รูปแบบการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครต้องลงในนาม “คณะ” ประกอบด้วยผู้ว่าฯ 1 คน และรองผู้ว่าฯ อีก 4 คน ซึ่งมีผู้สมัครในครั้งนั้นอยู่ 5 คณะ คือ

.

-พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ธรรมนูญ เทียนเงิน

-พรรคพลังใหม่ นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์

-กลุ่มพัฒนากรุงเทพธนบุรี นำโดย ชมพู อรรถจินดา

-อิสระ นำโดย เทียมบุญ ทินนบุตรา

-อิสระ นำโดย ไถง สุวรรณทัต

.

ผลการเลือกตั้งในปีนั้น นายธรรมนูญ เทียนเงิน คว้าชัย ด้วยคะแนน 99,247 เสียง ทิ้งห่าง ดร.อาทิตย์ที่ได้ 91,678 คะแนน และชมพู อรรถจินดาที่ได้ 39,440 คะแนน กรุงเทพมหานครจึงได้ผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย

.

อย่างไรก็ดี มีข้อน่าสังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้ มีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียง ร้อยละ 13.86 เท่านั้นเอง

.

อย่างไรก็ดี ธรรมนูญเป็นผู้ว่าฯ ได้เพียงปีเศษก็ต้องลงจากตำแหน่งเพราะปัญหาภายใน โดยรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งปลดผู้ว่าฯ และสภากรุงเทพมหานครออกทั้งคณะ พร้อมแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แทน นับจากวันนั้น ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ต้องรออีกราว 8–10 ปี กว่าจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้งเลยทีเดียว