ย้อนกลับไปเมื่อตอน 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ของกระทรวงวัฒนธรรม เชื่อว่ารายชื่อที่ออกมาหลายชื่อก็ชื่อที่ใครหลายคน รวมไปถึงคนท้องถิ่นเองอาจจะเกาหัวด้วยความสงสัย ชื่งอาหารหลาย ๆ อย่างก็เป็นชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยสูญหายไปแล้วถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ตัวอย่างสำคัญก็เช่น “ก๊กซิมบี๊”
.
ก๊กซิมบี๊ หรือชื่อจริง ๆ คือ “เกยย้งก๊กเซียงบี๊” เป็นอาหารประเภทซุปอย่างหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มีลักษณะเป็นซุปเหลวข้นเหมือนอย่างกะเพาะปลาหรือหูฉลาม แต่ทั้งนี้เนื้อที่ใช้จะเป็นไก่กับเห็ดหูหนู ทว่าจากชื่อของอาหารจานนี้ชี้ให้เห็นว่าทางต้นฉบับคงจะไม่ได้ใช้เห็ดหูหนูเหมือนกับที่พบในไทย
.
ชื่อของอาหารจานนี้ แบ่งออกเป็น “เกยย้ง” ซึ่งใน “จานอร่อยจากปู่ย่า สูตรโบราณ 100 ปี” ของสุมล ว่องวงศ์ศรี ให้ข้อมูลว่าน่าจะหมายถึงไก่ ส่วน “ก๊กเซียงบี๊” นี้ ในบทความ “ท่องเหลาจีน ส่องจานเจ๊ก ยุคปฏิวัติ 2475” ของนริศ จรัสจรรยาวงศ์ ระบุว่าเป็น ไซยาโนแบคทีเรียที่กินได้ พบได้ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่หลากหลายเช่นทะเลสาบและแม่น้ำ ซึ่งตรงกับเห็ดลาบหรือไข่หินในไทย
.
ซุปก๊กซิมบี๊นี้ ไม่ได้กินกันแพร่หลายจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากนัก กลับกันมันเป็นอาหารที่มีความนิยมชมชอบอยู่ในราชสำนักมาก่อน อีกทั้งยังเคยถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในสำรับอาหารงานเสกสมรสระหว่างสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย ซึ่งระบุว่ามีทั้งเกยย้งก๊กเซียงบี๊ที่เป็นของคาว และรังนกก๊กเซียงบี๊ที่เป็นของหวานอยู่ด้วยกัน
.
แล้วเกยย้งก๊กเซียงบี๊ได้เดินทางมาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองระนองได้อย่างไรนั้น บ้างก็ว่ามันเป็นอาหารที่มีอยู่ในระนองอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกเรื่องเล่าหนึ่งว่ามันเป็นสิ่งที่รับมาจากราชสำนักในกรุงเทพ โดยเล่ากันว่าพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) ได้มีโอกาสเข้ามาลิ้มลองในกรุงเทพ แล้วเกิดติดใจในรสชาติ จึงได้นำเอาอาหารจานนี้เข้ามาในระนอง แต่อย่างไรก็ดี เรื่องเล่าดังกล่าวไม่มีหลักฐานมารับรองชัดเจนมากนักว่าจริงแท้ประการใด
.
เกยย้งก๊กเซียงบี๊ นับว่าเป็นอาหารที่หากินได้ยากอีกจานหนึ่งในปัจจุบัน เพราะด้วยในอดีตนั้นมันเป็นอาหารที่กินกันในครัวเรือน ทำให้เมื่อกาลเวลาผ่านไป อาหารจานนี้ก็สาบสูญไปตามกาลเวลาจนกระทั่งได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง สานต่อลมหายใจของอาหารจานนี้ให้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในปัจจุบัน

