หมูกรอบ ขวัญใจคนไทยที่มักขายหมดเร็ว

“เอากระเพราหมูกรอบจานหนึ่งครับ”

“หมูกรอบหมดแล้วลูก”

.

คำตอบสั้น ๆ ที่สะท้านไปถึงทรวงนี้นับว่าเป็นเสมือนกับฟ้าผ่ากลางใจที่ทำเอาสมาคมคนรักหมูกรอบรู้สึกเจ็บใจที่มาช้าเกินไปจนอดกิน

เราเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยรักหมูกรอบ ดังที่เคยเป็นกระแสเมื่อปี 2020 ที่หมูกรอบติดเทรนด์การค้นหาบนกูเกิลคนไทยสูงกว่าปกติถึง 5,000% แต่รู้ไหมว่าหมูกรอบนับเป็นอีกหนึ่งอาหารรสเลิศที่มีบทบาทในวัฒนธรรมจีน ก่อนที่จะถูกหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของคนในสังคมไทยด้วย

.

หมูกรอบ หรือซิ่วหยก (Siu Yuk) เป็นอาหารที่มีรากฐานมาจากอาหารย่างทั้งหลาย (ตระกูลเดียวกับหมูแดง) ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งในตอนใต้ของจีน การย่างเป็นอีกหนึ่งวิธีประกอบอาหารและถนอมอาหารที่ได้รับความนิยมสูง และได้รับความนิยมแพร่ไปถึงส่วนกลางหรือราชสำนักในช่วงราชวงศ์ชิง

.

กระบวนการทำหมูกรอบแบบจีน จะมีหัวใจหลักก็คือเครื่องเทศ 5 อย่าง (เครื่องพะโล้) หมักที่ส่วนชั้นเนื้อ ในขณะที่ส่วนของหนังจะต้องแห้ง มีการจิ้ม ๆ ให้เป็นรูพรุนหรือกรีดหนัง แล้วทาด้วยเกลือหรือไม่ก็ใช้น้ำส้มสายชู ก่อนนำไปย่างไฟแรงหลายรอบ นานนับชั่วโมงจนผิวหนังด้านนอกของหมูฟูกรอบขึ้นมา อย่างไรก็ดี ในสูตรของหมูกรอบไทยเห็นว่าไม่ได้ใช้เครื่องเทศพะโล้ 5 อย่าง เช่นที่ทำกันในเมืองจีนแต่เก่าก่อน

.

ซิ่วหยกได้เดินทางออกจากจีนมาพร้อมกับชาวจีนอพยพที่เดินทางจากมณฑลกวางตุ้ง พวกเขานำเอาซิ่วหยกออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างฮ่องกง ลงมาจนถึงทะเลจีนใต้และภูมิเอเชียอาคเนย์ของเขา สันนิษฐานว่าไปถึงคาบสมุทรมลายูก่อนที่จะเข้ามาสู่ไทยอีกทีหนึ่ง แล้วกลายมาเป็นหมูกรอบที่เรารู้จักกันนั่นเอง โดยในแง่ของวัฒนธรรม ก็พบว่ามีการใช้หมูกรอบเพื่อไหว้เจ้าด้วยเหมือนกัน