นี่ก็เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่พระราชวังสนามจันทร์ยังคงปิดปรับปรุงอยู่ ในขณะที่เรากำลังขุดค้นภาพเก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้ก็พบกับภาพบรรยากาศของพระราชวังสนามจันทร์เมื่อครั้งไปงานเปิดบ้านวิชาการที่ทับแก้ว ก่อนปิดปรับปรุงที่เราถ่ายเอาไว้หลายต่อหลายภาพ ซึ่งหนึ่งในภาพที่ชอบที่สุด สำหรับเราก็คงจะเป็นภาพ “พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์” ที่มี “ย่าเหล” ยืนอยู่ด้านหน้า
.
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ได้ชื่อว่าเป็นพระตำหนักที่โดดเด่นกว่าใครในสนามจันทร์ สร้างขึ้นราวปี 2451 โดยมีสถาปนิกคนสำคัญอย่าง “ท่านชายโป๊ะ” หรือ หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นผู้ออกแบบ เป็นพระตำหนักสูง 2 ชั้น มีรูปลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงปราสาทยุโรปในเทพนิยาย โดยเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างงานสถาปัตยกรรมแบบปราสาทเรอเนซองส์ฝรั่งเศสกับงานสถาปัตยกรรมบ้านโครงไม้ฮาล์ฟทิมเบอร์ของอังกฤษ มีหน้าต่างและช่องระบายลมที่เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย
.
อนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระตำหนักองค์นี้ เป็นอนุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่สุนัขทรงเลี้ยงของพระองค์ที่ถูกลอบยิงตาย โดยย่าเหลเป็นสุนัขพันทาง เกิดที่เรือนจำเมืองนครชัยศรี ก่อนที่เจ้าของเดิมคือหลวงไชยราษฎร์รักษา จะน้อมเกล้าฯถวายให้เป็นสุนัขทรงเลี้ยง โดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 โปรดปรานย่าเหลมาก
เมื่อย่าเหลถูกบุคคลนิรนามลอบยิงตาย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ก็ทรงโทมนัสยิ่ง และโปรดฯให้จัดงานศพแก่ย่าเหล พร้อมกับตั้งอนุสาวรีย์ขึ้นมาที่พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ โดยมีจารึกรำพันถึงความทุกข์โทมนัสของพระองค์เอาไว้เป็นบทกลอนบอกเล่าถึงความผูกพันระหว่างพระองค์กับย่าเหลเอาไว้ พร้อมกับรำพันถึงความตายของย่าเหลเอาไว้
“…ถึงจะมีหมาอื่นมาแทนที่ กูก็รักเพื่อนนี้เป็นปฐม
ที่ไหนเล่าจะสนิทและชิดชม ที่ไหนเล่าจะนิยมเท่าเพื่อนรัก
ถึงแม้จะไม่มีรูปนี้ไว้ รูปเพื่อนฝังดวงใจกูตระหนัก
แต่รูปนี้ไว้เป็นพยานรัก ให้ประจักษ์แก่คนผู้ไมตรี
เพื่อนเป็นเยี่ยงอย่างมิตร์สนิทยิ่ง ภักดีจริงต่อกูอยู่เต็มที่
แม้คนใดเป็นได้อย่างเพื่อนนี้ ก็ควรนับว่าดีที่สุดเอยฯ”

