ช้อน ส้อม มีด กับวัฒนธรรมการกินอย่างศิวิไลซ์ในสยาม

๏ ที่เสวยเคยอยู่แล้ว หมดจด
ใช้ซ่อมมีดช้อยชด แช่มช้า
ลางองค์สั่นดดดด พลัดพลาด
จับเชือดไม่ถูกถ้า เงือดเงื้อเถือไถล ฯ

เนื้อความจากโคลงเลี้ยงโต๊ะปีใหม่ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปีจอ พ.ศ. 2417 ได้แสดงให้เห็นถึงภาพการเข้ามาของเครื่องมืออย่างส้อมและมีดที่เหล่าชนชั้นสูงสยามก็ยังไม่คุ้นชินมือเท่าไหร่นักในระดับที่บางพระองค์ก็มือสั่น ใช้มีดไม่เป็นจนอาหารไถลไปมา
.
วัฒนธรรมการกินของคนไทยในอดีต เน้นไปที่การนั่งกับพื้นและกินด้วยการใช้มือเปิบกันเป็นหลัก ก่อนที่การนำเอาวัฒนธรรมการกินอย่างตะวันตกคือการใช้โต๊ะอาหาร นั่งเก้าอี้ และใช้ช้อน ส้อม มีด ในการกินในช่วงรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา ดังที่ปรากฎในโคลงข้างต้นว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ชนชั้นสูงที่เข้าถึงธรรมเนียมการกินแบบนี้ก่อนก็ยังไม่ได้คุ้นชินมากนัก โดยการนำเอาช้อน ส้อม มีดมาใช้ ก็นับว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการสร้างความ “ศิวิไลซ์” ในสายตาตะวันตก

ประวัติศาสตร์ของอุปกรณ์การกินเหล่านี้ แรกเริ่มเดิมที เกิดช้อนมาก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อใช้ในการกินอาหารที่เหลวอย่างพวกซุปต่าง ๆ ก่อนที่จะเกิดส้อมขึ้นมา ส้อมนี้ในตอนแรกก็ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายโดยชาวอิตาลีเพื่อใช้ในการกินพาสต้า ซึ่งกว่าที่ส้อมจะได้รับความนิยมบนโต๊ะอาหารทั่วยุโรปก็เข้าสู่ศตวรรษที่ 18 ที่ผู้คนมุ่งเน้นไปที่ความสุภาพ และมีการนำเอามีดมาเสริมในการฉีกตัดอาหาร ควบคู่ไปกับส้อม

ในทางยุโรปนิยมใช้ส้อมคู่กับมีด แต่กับในวัฒนธรรมตะวันออกอย่างบ้านเรา น่าจะเป็นวัฒนธรรมหลักที่วิวัฒน์มาให้หยิบเอาส้อมมาใช้คู่กับช้อนเนื่องจากบ้านเรากินข้าวเป็นหลัก ซึ่งเราก็ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนมากนักว่าคนไทยเราไปประดิษฐ์คิดเอาช้อนมาคู่กับส้อมได้อย่างไร แต่อาจจะมองว่าเป็นอะไรที่ถูกประดิษฐ์มาอย่างไทย ๆ เมื่อเทียบกับประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเขตวัฒนธรรมอินเดียเหมือนกันที่หลายที่ในช่วงเวลาดังกล่าวยังนิยมใช้มือเปิบอยู่
.
#จานโปรด#วัฒนธรรมการกิน#ไทย#ตะวันตก#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ