พัก – พิง – คว่ำ นวัตกรรม “ครกหินศิลาทิพย์” ที่เปลี่ยนเครื่องครัวให้เป็นงานดีไซน์

จังหวัดตาก ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่ง หินแกรนิตคุณภาพดี เนื้อแข็ง และทนทาน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำมาแปรรูปเป็น ครกหินและผลิตภัณฑ์จากหินหลากหลายประเภท

จากทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่านี้ จึงเกิดแบรนด์ “ศิลาทิพย์” วิสาหกิจชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 เพื่อสืบสานและต่อยอด ภูมิปัญญาการทำครกหินของจังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของพื้นที่ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีกด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้ ศิลาทิพย์แตกต่าง ไม่ใช่แค่การทำครกหินแบบดั้งเดิม หากคือการนำ นวัตกรรมและการออกแบบ มาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ ในอดีต หินหนึ่งก้อนสามารถผลิตครกได้เพียงใบเดียว แต่ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่พัฒนาใหม่ ปัจจุบัน หินหนึ่งก้อนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย

นอกจากครกใบใหญ่แล้ว แกนในของครก ยังสามารถนำไปทำเป็น ครกขนาดเล็ก หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น หินสปา ของตกแต่งบ้าน แก้วน้ำหิน จานชามจากหิน แนวคิดนี้ช่วยให้ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุธรรมชาติ

จุดเด่นสำคัญของ ครกหินศิลาทิพย์ คือการออกแบบที่ผสมผสาน ความแข็งแรงของหินแกรนิตจากจังหวัดตาก ซึ่งถือว่เป็นหินที่แข็งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เข้ากับ ดีไซน์ทันสมัยและการใช้งานจริงของผู้บริโภค

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือแนวคิด “พัก พิง คว่ำ” ที่ออกแบบครกให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

พัก – ด้านบนครกมีร่องสำหรับวางสาก ป้องกันการกลิ้งตกแตก

พิง – เมื่อตำเสร็จ สามารถวางสากพิงด้านข้างครกเพื่อสะดวกในการตักอาหาร

คว่ำ – หลังล้างเสร็จ สามารถคว่ำครกและล็อกสากไว้ด้านล่าง ช่วยระบายอากาศ ลดความอับชื้นและป้องกันเชื้อรา

นอกจากนี้ยังออกแบบให้ มีช่องสำหรับใส่สายหูหิ้ว เพื่อให้สามารถพกพาหรือเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ปัจจุบันครกหินศิลาทิพย์มี มากกว่า 10 รูปทรง และยังนำเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิต ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น

– เปลือกครกทำเป็น กระถางต้นไม้ หรือ ผนังตกแต่งบ้าน

– ส่วนปากครกและก้นครกทำเป็น เชิงเทียน

– เศษหินและผงหินนำไปทำเป็น เครื่องประดับ

แนวคิดนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า แต่ยังสะท้อนถึง การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ด้วยการผสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้ครกหินของศิลาทิพย์ไม่ใช่เพียงเครื่องครัวธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินค้า ดีไซน์ร่วมสมัย ที่สามารถขยายฐานลูกค้าจากผู้ใช้ทั่วไป ไปสู่กลุ่ม นักสะสมและคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ทำให้สามารถตั้งราคาได้ สูงขึ้นกว่าครกทั่วไปหลายเท่า

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของศิลาทิพย์วางจำหน่ายที่ หน้าร้านในจังหวัดตากและอ่างศิลา รวมถึงออกบู๊ธในงานแสดงสินค้าต่าง ๆ และจำหน่ายผ่าน เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ จากเดิมที่เน้นการขายส่งเป็นหลัก

ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ศิลาทิพย์ ได้รับรางวัล โดดเด่นด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ จากโครงการ SME Thailand Inno Awards 2017 และยังได้รับการคัดสรรเป็น OTOP 5 ดาว ในปี พ.ศ. 2559

#สุดโปรด#Bangkokbank#BBL#ครกหินศิลาทิพย์#ครกหินตาก#ภูมิปัญญาไทย#งานหินแกรนิต#OTOP#GIจังหวัดตาก#วิสาหกิจชุมชน#หัตถกรรมไทย#ThaiCraft#SMEInnovation