กว่าจะเป็น “พระสมเด็จฯ” ต้องผ่านศาสตร์ ‘ปูนตำโบราณ’ ระดับช่างหลวง

หลายคนรู้จัก “พระสมเด็จวัดระฆัง” ในฐานะสุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย แต่รู้หรือไม่ว่า…เบื้องหลังพระพิมพ์เล็ก ๆ เหล่านี้ ซ่อนศาสตร์งานช่างหลวงและภูมิปัญญาไทยชั้นสูงเอาไว้อย่างน่าทึ่ง

.

หนังสือ “ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่มที่ 1” ของ ตรียัมปวาย ได้บันทึกไว้ว่า ในการสร้างพระสมเด็จของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั้น มีพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเข้ามาช่วยออกแบบแม่พิมพ์พระ โดยเฉพาะ สมเด็จฯ กรมพระบำราบปรปักษ์ และพระองค์หนึ่งจากวังหลัง ซึ่งทรงรับราชการใน กรมช่างสิบหมู่ ทำให้เชื่อกันว่า การสร้างพระสมเด็จไม่ได้อาศัยเพียงความศรัทธา แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากช่างหลวงแห่งราชสำนักอีกด้วย

.

พระสมเด็จเป็น งานศิลปกรรมประเภทปูนปั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในแขนงสำคัญของช่างสิบหมู่ ศาสตร์ชั้นสูงที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หัวใจสำคัญของการสร้างพระสมเด็จอยู่ที่ “ปูนตำ” หรือ ปูนโขลก วัสดุที่เกิดจากการตำส่วนผสมต่าง ๆ ให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นปูนขาว ทรายละเอียด เยื่อกระดาษ เส้นใย และกาวธรรมชาติ โดยตำราหลายเล่มสันนิษฐานว่า ปูนขาวที่ใช้สร้างพระสมเด็จน่าจะได้มาจาก ปูนเปลือกหอย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการเผา บด ร่อน และหมักอย่างพิถีพิถัน

.

ในสมัยโบราณ การทำปูนตำถือเป็นศาสตร์เฉพาะทาง ช่างจะต้องหมักปูนขาวนานหลายสัปดาห์เพื่อลดความเป็นด่าง ก่อนนำมาตำรวมกับทราย เยื่อกระดาษ และกาวหนัง เคี่ยวจนเหนียว ก่อนตำซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าจนเนื้อปูนละเอียด เนียน และเหนียวหนึบ จึงพร้อมสำหรับการขึ้นรูป

.

องค์ความรู้นี้ยังพบได้ใน สกุลช่างเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านงานปูนปั้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา หลายฝ่ายจึงตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการสร้างพระนครคีรี (เขาวัง) อาจเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างช่างเมืองเพชรกับช่างสิบหมู่ในราชสำนัก จนมีความเป็นไปได้ว่า เทคนิคการทำปูนตำของพระสมเด็จวัดระฆัง ได้รับอิทธิพลจากศาสตร์ช่างทั้งสองสาย

.

กรมศิลปากรยังอธิบายไว้ว่า ปูนตำโบราณเป็นงานศิลปกรรมที่ต้องอาศัยทั้งฝีมือ ความอดทน และประสบการณ์อย่างสูง เพราะเมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันอย่างสมบูรณ์ เนื้อปูนจะมีความนุ่ม เหนียว สีขาวนวล และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

.

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “เนื้อพระสมเด็จ” โดยเฉพาะกลุ่มที่นักสะสมเรียกว่า “เนื้อครู” มีความละเอียด แน่น หนึก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากทุกขั้นตอนที่ทำอย่างประณีต ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การหมัก การตำ ไปจนถึงการกดพิมพ์