“ภาพจับ” ศิลปะไทยที่หยุดทุกการเคลื่อนไหวไว้ในภาพเดียว

เคยสังเกตไหมว่า… เวลาชมจิตรกรรมฝาผนังไทย เรามักเห็นตัวละครสองตัวหรือมากกว่านั้นกำลังต่อสู้ โอบกอด หรืออยู่ในอากัปกิริยาที่ดูมีชีวิตชีวา ราวกับภาพกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า ภาพลักษณะนี้มีชื่อเรียกว่า “ภาพจับ” ศิลปะการจัดองค์ประกอบที่ซ่อนความหมายและฝีมือของช่างไทยไว้อย่างน่าทึ่ง

.

คำว่า “ภาพจับ” หรือ “ท่าจับ” มีที่มาจากศิลปะการเชิดหนังใหญ่ หมายถึงตัวหนังที่ประกอบตัวละครตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ให้แสดงอากัปกิริยาสัมพันธ์กันในแผ่นเดียว ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ การไล่ล่า การเกี้ยวพาราสี หรือการเดินทาง โดยพบได้ทั้งภาพลิงรบกับยักษ์ มนุษย์รบกับยักษ์ ลิงรบกับลิง ไปจนถึงฉากอันโด่งดังอย่าง หนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา รวมถึงภาพตัวละครคู่กับยานพาหนะ

.

เมื่อแนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดสู่ งานจิตรกรรมไทย ภาพจับจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของตัวละครหลายตัวอยู่ร่วมกัน แต่เป็นศิลปะที่ถ่ายทอดอารมณ์ ความสัมพันธ์ และจังหวะการเคลื่อนไหวไว้ในภาพเดียว ช่างผู้สร้างสรรค์ต้องเข้าใจทั้งเนื้อเรื่อง บุคลิกของตัวละคร และท่ารำตามนาฏศิลป์ไทย เพราะตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ต่างก็มีท่าทางและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน

.

ภาพจับที่พบมากที่สุดมักเป็นฉากจาก รามเกียรติ์ โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างฝ่ายพระรามกับฝ่ายทศกัณฐ์ ซึ่งเต็มไปด้วยจังหวะการเคลื่อนไหวอันสง่างาม แม้จะเป็นภาพนิ่ง แต่กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงพลัง ความเร็ว และอารมณ์ของเหตุการณ์ในขณะนั้น

.

หากมีโอกาสไปชมจิตรกรรมไทย ลองสังเกต “ภาพจับ” ตามสถานที่สำคัญ เช่น

– วัดพระศรีรัตนศาสดาราม บริเวณพระระเบียงคต

– วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

– วัดราชบูรณะ

– วัดสุทัศน์เทพวราราม

– วัดระฆังโฆสิตาราม

แล้วจะเห็นว่าภาพแต่ละภาพไม่ได้เล่าเรื่องด้วยสีและเส้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังบันทึกจังหวะของการแสดง ความงามของนาฏศิลป์ และภูมิปัญญาของช่างไทยไว้ในทุกลายเส้น