ย้อนกลับไปในช่วงที่สยามประเทศเปิดรับเอาความเป็นตะวันตกเข้ามา นานาชาวต่างชาติทั้งหลายต่างพากันมาตั้งสถานทูต โดยมีพื้นที่สำคัญอยู่ที่บางรัก ซึ่งเป็นย่านชุมชนชาวต่างชาติ ตลอดจนอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถเดินทางสะดวกด้วยทางเรือ อย่างไรก็ดี เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลาย ๆ สถานทูตก็ต่างพากันย้ายออกไปยังจุดใหม่ ๆ ในย่านเศรษฐกิจ ทว่ายังมีอยู๋ 2 สถานทูตที่ยังคงยึดมั่นอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน นั่นก็คือที่สถานทูตฝรั่งเศสและสถานทูตโปรตุเกสนี่เอง
เนื่องในวันสัปดาห์มรดกยุโรปที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปแวะเวียนสถานทูตต่าง ๆ แต่น่าเสียดายที่เราไม่ทันลงทะเบียนของสถานทูตโปรตุเกส จึงได้เข้ามาที่สถานทูตฝรั่งเศสแทน ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่อาคารตะวันตกต่าง ๆ ในไทยกลับมาเปิดให้เข้าชมได้หลังจากที่เว้นช่วงยาวนานหลายปีนับตั้งแต่สถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมา
สำหรับที่อาคารประวัติศาสตร์ของสถานทูตฝรั่งเศสซึ่งทำหน้าที่เป็นบ้านพักของท่านทูตในปัจจุบันนี้ เป็นอาคารทรงโคโลเนียลผสมนีโอคลาสสิคสูง 3 ชั้นด้วยกัน และมีส่วนของสวนกว้างที่ลานด้านหน้าอาคารทอดยาวไปจนถึงส่วนของท่าเรือ ซึ่งนับว่าเป็นสถานทูตแห่งเดียวในปัจจุบันที่มีท่าเรือเป็นของตัวเองด้วย โดยตัวอาคารเป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยต่างกัน มีในส่วนของโถงด้านล่าง ชั้นสองที่เป็นห้องรับแขก ห้องสมุด ตลอดจนห้องรับประทานอาหารจัดเลี้ยงต้อนรับแขก ในขณะที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นส่วนปิดนั้นเป็นที่พักส่วนตัวของท่านทูตและครอบครัว
ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีช่องระบายต่าง ๆ อย่างเต็มที่ที่ด้านหน้าบนจั่วของชั้น 2 ปรากฏเป็นตราแผ่นดินสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในขณะที่ภายในบ้านปรากฏเป็นของสะสมส่วนตัวของสถานทูตฝรั่งเศสตั้งแต่จานกระเบื้องเครื่องเคลือบ งานจิตรกรรมและภาพพิมพ์ ไปจนถึงผ้าทอต่าง ๆ โดยถ้าสังเกตที่พื้นไม้จะเห็นว่าเป็นแผ่นใหญ่มากกว่าบ้านทั่วไปในปัจจุบัน โดยเป็นพื้นไม้สักทองสวยงามเก่าแก่
อาคารสถานทูตฝรั่งเศสส่วนที่เป็นอาคารประวัติศาสตร์หลังนี้ โดยทั่วไปไม่ได้เปิดให้เข้าชมเนื่องจากเป็นที่พักส่วนตัว แต่ก็จะมีการเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงสัปดาห์มรดกยุโรปตามธรรมเนียมที่อาคารที่ทำการรัฐของยุโรปจะเปิดบ้านให้ผู้คนได้มาเข้าชมได้ สำหรับผู้ที่อยากเข้ามาก็ต้องรอโอกาสใหม่ในปีหน้าด้วย
.
#สุดโปรด#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#ประวัติศาสตร์#สถาปัตยกรรม#กรุงเทพ#ฝรั่งเศส#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

