ภาพนี้ถ้าเห็นครั้งแรกเราก็คงร้องอ๋อกัน เพราะมันก็เป็นนมเย็นหรือนมชมพูที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีในคราวนี้เราไม่ได้จะเล่าถึงนมเย็นนมชมพูบ้านเรา แต่จะพูดถึงนมชมพูของประเทศเพื่อนบ้านที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันและมีบทบาทในแง่วัฒนธรรมในบางพื้นที่ของมาเลเซียด้วย
.
แม้จะมีชื่อว่า “บันดุง” แต่จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจังหวัดบันดุงในประเทศอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกันมันก็มีเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับรัฐยะโฮร์หรือโจโฮร์ของมาเลเซียด้วย โดยชื่อ “ซีรัป” หมายถึงไซรัปหรือน้ำเชื่อม ส่วน “บันดุง” หมายถึงการผสมเข้าคู่แทน
.
วิธีการทำก็เหมือนกันกับนมชมพูบ้านเรา ต่างกันก็ตรงที่เขาอาจจะไม่ได้ใช้เป็นน้ำเชื่อมสีแดงกลิ่นสละแบบที่บ้านเราใช้ของเฮลซ์บลูบอย แต่ใช้เป็นน้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบแทน ผสมกับนมข้นหวานจนสีแดงก็ค่อย ๆ กลายเป็นสีชมพู
.
เชื่อกันว่าบันดุงเกิดที่บันดาร์มาฮารานี หรือเมืองมัวร์ของรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป็นถิ่นที่เป็นต้นกำเนิดของอาหารหลายอย่างที่มีคำว่าบันดุงอยู่ในชื่อ และใช้เสิร์ฟกันในช่วงวันเมาลิดนบีหรือวันคล้ายวันประสูติของนบีมูฮัมหมัด ตลอดจนใช้ดื่มในมื้ออิฟตาร์หรือมื้อละศีลอดในแต่ละวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนมชมพูในชุมชนมุสลิมของรัฐยะโฮร์ด้วยส่วนหนึ่ง
.
นอกเหนือจากเรื่องที่ว่านมชมพูนี้เกิดที่ยะโฮร์แล้ว ก็ยังมีอีกหลายข้อมูลที่ระบุว่านมชมพูนี้เกิดที่สิงคโปร์ก็มีเหมือนกัน เชื่อว่าดัดแปลงมาจากนมกุหลาบของทางอินเดีย
.
มาถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านก็อาจจะมีคำถามผุดขึ้นมาว่าเป็นไปได้แค่ไหนที่นมชมพูในไทยจะมีต้นกำเนิดมาจากนมชมพูในมาเลเซีย-สิงคโปร์ ในส่วนนี้ไม่มีหลักฐานรองรับนัก แต่มีความเป็นไปได้เมื่อพิจารณาจากการไหลของอาหารการกินบางส่วนจากฝั่งมาเลเซียสิงคโปร์ อย่างเช่นขนมปังปี๊บที่เดินทางจากสิงคโปร์ เข้ามาในไทยช่วงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น
.
เรียบเรียงโดยสุดโปรด by Bangkok Bank

